“เลขาฯ สมช.” เผย กองทัพพร้อมรับมือสถานการณ์ชายแดนไทย-เมียนมา ส่งหนังสือประท้วงทางการในทุกระดับแล้ว ยืนยัน ได้รับความร่วมมือดี สั่งวางมาตรการป้องกัน หวั่น ยิงปืน ค.ผิดองศา กระสุนข้ามมาฝั่งไทย
เวลา 08:45 น. วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ที่ศูนย์ประชุมมณฑาทิพย์ พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-เมียนมาว่าได้มีการเฝ้าระวังเรื่องใดเป็นพิเศษหรือไม่ ว่า ประเทศเมียนมามีพื้นที่ที่มีปัญหา คือ อ.เมียวดี ตรงข้าม อ.แม่สอด จ.ตาก ซึ่งกองทัพดำเนินการตามขั้นตอนแล้ว โดยแต่ละระดับเมื่อเกิดเหตุการณ์สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ได้เน้นย้ำมติที่ออกโดย สมช.ไปยังแต่ละหน่วยในพื้นที่ ว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง ซึ่งทางกองทัพได้เตรียมการเคลื่อนกำลังพล และจัดเตรียมอาวุธยุทโธปกรณ์เข้าไปในพื้นที่
ส่วนเรื่องการเจรจาหรือการทำหนังสือประท้วงทั้งในระดับกระทรวงการต่างประเทศ กองทัพไทย และ สมช. ได้มีการแจ้งไปยังทางการของเมียนมาแล้วว่าไม่ควรเจอสถานการณ์เช่นนี้ ส่วนการเยียวยากระทรวงมหาดไทยได้เข้าไปดำเนินการกับความเสียหายที่เกิดขึ้นแล้ว
ขณะเดียวกัน ยังมีมาตรการในการเข้าไปพูดคุยกับทางการของเมียนมา รวมทั้งจัดเตรียมแผนการอพยพหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่เสี่ยงให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
เมื่อถามว่ากรณีที่ทำหนังสือส่งไปยังทางการของประเทศเมียนมาแต่ยังไม่มีการปฏิบัติตาม จะดำเนินการหรือมาตรการอย่างไร พลเอก ชัยพฤกษ์ กล่าวว่า พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้เชิญผู้ช่วยทูตซึ่งได้มีการรับปากกันแล้วว่าจะไปดำเนินการ
เมื่อถามว่าประเทศเมียนมาจะให้ความร่วมมือดีหรือไม่ พลเอก ชัยพฤกษ์ ระบุว่า เขาให้ความร่วมมืออยู่แล้ว แต่หน่วยที่ปฏิบัติในทุกที่ก็ต้องระมัดระวังเพราะเป็นการใช้อาวุธ หากผิดไปแม้แต่มิลลิเมตรเดียวหรือองศาเดียว กระสุนปืน ค. ก็สามารถพลาดข้ามมาฝั่งไทยได้ ซึ่งกองทัพสั่งให้มีมาตรการเข้าไปสกัดกั้นในเรื่องดังกล่าวแล้ว
ยังไม่ต้องวางมาตรการเพิ่ม เนิน 642 ช่องพระพะลัย
พล.อ.ชัยพฤกษ์ ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีทหารกัมพูชาปีนหน้าผาขึ้นมาบริเวณเนิน 642 ช่องพระพะลัย ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ว่า สมช. ต้องวางมาตรการเพิ่มเติมหรือไม่
พล.อ.ชัยพฤกษ์ กล่าวว่า ตอนนี้ยัง และน่าจะเป็นเรื่องในพื้นที่ก่อน แต่ถ้าหากพื้นที่รายงานเข้ามา แล้วต้องมีการวางมาตรการที่สูงขึ้น ทาง สมช.ก็จะจัดการ


