“การดี” จี้ผู้กำหนดนโยบายและภาคธุรกิจ ยกระดับวิกฤตสิ่งแวดล้อมเป็น “วาระเร่งด่วน”  ชี้คือภัยคุกคามทางเศรษฐกิจและเป็นวาระความมั่นคงของมนุษยชาติ 


วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569  ดร.การดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  กล่าวบนเวทีประชุมใหญ่ Liberal International Congress ครั้งที่ 65 ระหว่างวันที่ 2–3 พฤศจิกายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพหลัก ร่วมกับ สภาเสรีนิยมและประชาธิปไตยแห่งเอเชีย (CALD) และ มูลนิธิฟรีดริช นาวมัน เพื่อเสรีภาพ (FNF)



โดยกล่าวถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการปรับมุมมองของผู้บริหารและผู้กำหนดนโยบายที่มีต่อปัญหาสิ่งแวดล้อม ว่าประเด็นดังกล่าวไม่ควรถูกมองเป็นเพียงเรื่องรองหรือเครื่องเคียงอีกต่อไป แต่แท้จริงแล้วคือภัยคุกคามทางเศรษฐกิจและเป็นวาระความมั่นคงของมนุษยชาติ 


ปัจจุบัน แม้จะมีการขับเคลื่อนหลักการ ผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย (Polluter Pays Principle) และเริ่มมีการรับมือกับปัญหาเฉพาะหน้าอย่างมลพิษทางอากาศ ทว่าความท้าทายในระดับที่ใหญ่กว่า เช่น ความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ (Climate Risk) และวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ ยังคงต้องการการจัดการอย่างจริงจัง ภัยคุกคามเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากกิจกรรมที่ส่งผลกระทบให้เห็นในทันที แต่เป็นผลสะสมจากวิถีชีวิตและกิจกรรมที่ทุกคนร่วมกันก่อขึ้น 


ช่องว่างสำคัญในปัจจุบันคือ ระดับการตัดสินใจของผู้บริหารยังคงติดอยู่กับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า มากกว่าที่จะเลือกลงทุนในด้านงบประมาณ เวลา นวัตกรรม และองค์ความรู้ เพื่อป้องกันปัญหาในระยะยาว แม้ทุกฝ่ายจะตระหนักดีว่าปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน แต่การผลักดันให้เรื่องนี้เป็น “วาระเร่งด่วน” (Priority Action) อย่างแท้จริงยังคงไม่เกิดขึ้น 


การขับเคลื่อนนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมต้องอาศัยการลงมือทำร่วมกัน (Collective Actions) และต้องถูกผนวกเข้ากับการพิจารณาผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ของภาคเอกชน ในระยะยาวทุกคนอาจต้องร่วมกันแบกรับต้นทุนนี้ แต่กระบวนการทั้งหมดต้องคำนึงถึง “การเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรม” (Just Transition) เป็นสำคัญ เพราะวิกฤตนี้ไม่ใช่เพียงปัญหาของประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่คือความเป็นความตายของรุ่นถัดไป