นายกฯ เป็นประธานพิธีวางศิลาฤกษ์ ก่อสร้างโรงพยาบาลและศูนย์การแพทย์สถาบันพระบรมราชชนก ประกาศจะทำให้ภาคอีสานเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของโลก ขอให้ประชาชนใช้น้ำมันบี 20 ลดต้นทุนน้ำมันแพง สั่งลุยปราบยาเสพติดครบวงจร
เวลา 15.20 น. วันที่ 2 พ.ย. 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางจากจังหวัดหนองคาย ถึงอำเภอกุดจับ จ.อุดรธานี เป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์ โครงการก่อสร้างโรงพยาบาลและศูนย์การแพทย์สถาบันพระบรมราชชนก และโครงการจัดตั้งสถาบันพระบรมราชชนก วิทยาเขตอุดรธานี ณ พื้นที่ก่อสร้างโรงพยาบาลและศูนย์การแพทย์สถาบันพระบรมราชชนก วิทยาเขตอุดรธานี ตำบลกุดจับ อำเภอกุดจับ จังหวัดอุดรธานี
โดยทันทีที่เดินทางมาถึง นายอนุทิน ได้โบกมือทักทายกับ บุคลากรทางการแพทย์ อสม. และประชาชน โดยระหว่างนั้นมี อสม. คนหนึ่ง พูดว่า “ตัวจริง รูปหล่อจัง” ขณะที่ นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเป็น สส. ในพื้นที่ บอกกับนายกรัฐมนตรีว่า “เขตเลือกตั้งผม” จากนั้นนายวัชระพล ได้แนะนำส่วนท้องถิ่นให้กับนายกรัฐมนตรีได้รู้จักด้วย
จากนั้นนายกรัฐมนตรี ได้ทำพิธีวางศิลาฤกษ์ อย่างเป็นทางการ นายกรัฐมนตรีได้ขอโทษประชาชนที่มาช้าไม่ทันพิธีสงฆ์ เพราะเดินทางมาจากหนองคาย แต่มาช้าดีกว่าไม่มา พรุ่งนี้จะมีการประกาศวาระทำทุกอย่างให้พื้นที่ภาคอีสานของประเทศไทยเป็น อู่ข้าวอู่น้ำของโลก เป็นวาระทางการเกษตรให้มีความเข้มแข็ง แข็งแรง ปลูกพืชไร่ ปลูกพืชผักผลไม้ได้ราคาดี ไม่ใช่เฉพาะข้าว มัน ยาง อ้อย ทุกอย่างต้องปลูกได้หมด ก่อนจะตะโกนเป็นเพลงว่า “แตงกวา แตงไทย ขนุน มะนาว พุทรา มังคุด ละมุด ลำไย มะเฟือง มะไฟ มะกรูด มะนาว มะพร้าว ส้มโอ ฟักแฟง แตงโม ไชโยโหหิ้ว”
จากนั้น นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงว่า วันนี้โลกมีปัญหาความขัดแย้งกันต่างๆ มากมายพวกเขาทะเลาะกันเหมือนฝนที่ตกทางโน้นแต่หนาวถึงคนอุดรธานี เพราะเมื่อเขาทะเลาะกัน เราต้องพึ่งพาตัวเองให้มาก นี่คือเหตุผลที่เราต้องสร้างความเข้มแข็งทางการเกษตร จะทำอย่างไรให้ค่าน้ำมันให้น้อยลง แม่นบ่ พร้อมกันนี้รณรงค์ให้ใช้บี 20 และ E20 ซึ่งจะช่วยเกษตรกรสวนปาล์มและทำให้ต้นทุนน้ำมันลดลง เพราะมีประสิทธิภาพเท่าเดิมหรืออาจจะดีกว่า
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวถึงโครงการโซลาร์รูฟให้ประชาชนใช้กันให้มากซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายได้ ก่อนที่จะขอบคุณติดตลกหน้าม้าที่ใส่ชุดขาว ซึ่งเป็นแฟนเก่าอยู่สาธารณสุขมา 4 ปี ตนอยู่กระทรวงสาธารณสุขมาก่อน มีความรัก ความผูกพันกันอยู่ พร้อมให้คำมั่นสัญญาว่าเมื่อวางศิลาฤกษ์แล้วต้องสร้างเสร็จแน่นอน การสร้างถ้าสร้างเสร็จ ก็สบายขึ้น ถ้ามีคนเจ็บป่วยก็ไม่ต้องเป็นห่วง นอกจากจะเป็นโรงพยาบาล ยังเป็นสถานศึกษาที่จะดูแลพวกเรา แต่ไม่เจ็บป่วยจะดีที่สุด แต่ถ้าเจ็บป่วยต้องมาหา ให้นักศึกษาแพทย์ดูอาจารย์แพทย์รักษา อย่าบอกว่าไม่มา เพราะเป็นโรงเรียนแพทย์ มีแต่นักเรียนมารักษา บ่แม่นๆ เราต้องสร้างบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขเยอะๆให้มาดูแลพวกเรา ซึ่งมีมากเท่าไหร่ก็แสดงถึงความมั่นคงความเจริญของประเทศได้รับความไว้วางใจและความเชื่อมั่นจากต่างประเทศ ที่จะมาลงทุนในประเทศไทย
“จากนี้ หน้าที่ของพวกตนภายในปีงบประมาณ 2571 ที่เราจะเริ่มทำงบประมาณขาขึ้น เชื่อว่ารัฐมนตรีของตนที่อยู่ในเขตนี้ ถ้าสร้างไม่ได้ไม่ต้องเลือกมัน พวกเราต้องช่วยกัน ตนจับมือทุกคนวางแผ่นศิลาโปรยดอกไม้ต้องร่วมรับผิดชอบ ทุกคนเป็นเจ้าของโรงพยาบาลแห่งนี้ พวกเราจะทำให้สำเร็จช่วยกันทำความเจริญให้กับบ้านเมือง พร้อมย้ำว่าให้ทุกคนใช้น้ำมันบี 20 เพื่อที่จะได้ลดการนำเข้าน้ำมันรัฐบาลจะได้มีเงินมาสร้างโรงพยาบาลให้เสร็จไวๆ ถ้ามันดีอาจจะทำ B25 หรือ B30 ก็ได้”
เปิดศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคม จ.อุดรฯ สั่งลุยปราบยาเสพติดครบวงจร
ต่อมาเวลา 16.40 น. นายกฯ ได้เดินทางมาที่ศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคมจังหวัดอุดรธานี ค่ายเสนีย์รณยุทธ (กก.ตชด.24) เพื่อตรวจเยี่ยมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรอย่างยั่งยืน (อุดรโมเดลพลัส) โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัญหายาเสพติดเป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะผลกระทบไม่ได้เกิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเท่านั้น แต่ยังส่งผลไปถึงครอบครัว ชุมชน และสังคมโดยรวม ซึ่งการมีสมาชิกในครอบครัวไปข้องเกี่ยวกับยาเสพติดถือเป็นความทุกข์อย่างใหญ่หลวง
“ขอเน้นย้ำการดูแลหลังกลับบ้านเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุด ขอให้นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม. ตำรวจ และสาธารณสุข ได้ติดตามดูแลให้กำลังใจพวกเขาอย่างใกล้ชิด หากพบความผิดปกติหรือมีความเสี่ยงที่อาจจะกลับไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดอีก ต้องรีบประสานขอความช่วยเหลือทันทีเพื่อไม่ให้ปัญหากลับมาเกิดซ้ำอีก” นายกฯ กล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำหรับนโยบาย 1 อำเภอ 1 ศูนย์บำบัดฟื้นฟู อยากให้ทุกพื้นที่ได้นำแนวทางที่เหมาะสมไปปรับใช้ตามบริบท และความพร้อมของแต่ละอำเภอ โดยให้ฝ่ายปกครอง ตำรวจ และสาธารณสุข ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง และฝากถึงผู้เข้ารับการฟื้นฟูทุกคนว่าขอให้ใช้โอกาสนี้ในการฟื้นฟู และพัฒนาตนเองอย่างเต็มที่ เชื่อว่าทุกคนจะก้าวผ่านช่วงเวลาอันเป็นอุปสรรคของชีวิตไปได้ ส่วนสมาชิกในครอบครัวและชุมชน ขอให้ทุกคนช่วยเป็นกำลังใจ และสนับสนุนการต่อสู้ไปด้วยกัน กำลังใจจากคนใกล้ชิดเป็นพลังสำคัญอย่างยิ่งและเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนในชุมชน
“รัฐบาลชุดนี้มีความแน่วแน่ที่จะสนับสนุนภารกิจของทุกท่านต่อการปราบปราม ป้องกัน และกำจัดกระบวนการค้ายาเสพติดอย่างเต็มความสามารถ ขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกท่านได้มีความปลอดภัยในการปฏิบัติหน้าที่ และมีกำลังใจในการดำเนินการต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ เพื่อให้ขบวนการค้ายาเสพติดหมดจากประเทศไทยให้ได้ในเร็ววัน” นายกรัฐมนตรี กล่าว


