“ศศินันท์” ประณามเหตุรุมทำร้ายแกนนำแรงงานข้ามชาติที่หน้ายูเอ็น ชี้ความเห็นต่างไม่ใช่ข้ออ้างใช้ความรุนแรง จี้ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด หาตัวคนผิด
วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 นางสาวศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สส.กรุงเทพฯ เขต 11 พรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีเหตุการณ์กลุ่มบุคคลเข้าไปรุมทำร้ายร่างกาย วีระ แสงทอง แกนนำกลุ่มแรงงานข้ามชาติ Bright Future ขณะจัดกิจกรรมเรียกร้องให้รัฐบาลไทยยกเลิกศูนย์พิสูจน์สัญชาติแรงงานเมียนมา (ศูนย์ CI) บริเวณหน้าสำนักงานสหประชาชาติ (UN) เมื่อช่วงสายของวันนี้ โดยระบุว่า เหตุการณ์ความรุนแรงดังกล่าวเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นอย่างยิ่งในสังคมที่ยึดถือหลักนิติรัฐและการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
นางสาวศศินันท์กล่าวว่า ไม่ว่าบุคคลใดในสังคมจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุม และไม่ว่าผู้ถูกทำร้ายร่างกายจะเป็นคนไทยหรือแรงงานข้ามชาติ แต่ในฐานะมนุษย์ทุกคนต่างมีสิทธิเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย และต้องได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายอย่างเท่าเทียมกันโดยปราศจากการเลือกปฏิบัติ หากฝ่ายใดเห็นว่าการชุมนุมหรือข้อเรียกร้องดังกล่าวมีประเด็นปัญหาทางกฎหมาย ก็ต้องใช้กระบวนการทางกฎหมายและช่องทางที่เป็นธรรมเข้ามาจัดการแก้ไข ไม่ใช่การใช้กำลังเข้าทำร้ายร่างกายกันกลางถนนเช่นนี้ สิ่งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานผู้รับผิดชอบความมั่นคงในพื้นที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน ไม่ใช่เพียงแค่การเข้าระงับเหตุเฉพาะหน้าและนำผู้ถูกทำร้ายออกจากพื้นที่เกิดเหตุเท่านั้น แต่ต้องดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดหรือสื่อต่างๆ เพื่อสืบหาตัวผู้กระทำความผิดและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา โดยต้องไม่เลือกปฏิบัติเพราะสถานะ สัญชาติ หรือจุดยืนทางการเมืองของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด
นางสาวศศินันท์ยังได้ย้ำเตือนถึงขอบเขตของการแสดงออกทางการเมืองว่า การปกป้องสถาบันหรือการมีอุดมการณ์ทางการเมืองของแต่ละกลุ่มบุคคลเป็นสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกตามกฎหมาย แต่ไม่มีอุดมการณ์ใดๆ ที่จะสามารถสร้างความชอบธรรมให้บุคคลมีสิทธิอยู่เหนือกฎหมาย หรือนำมาใช้เป็นข้ออ้างในการใช้ความรุนแรงเพื่อประทุษร้ายต่อร่างกายและชีวิตของผู้อื่นได้
“หลักนิติรัฐจะไม่มีความหมายเลย หากกฎหมายคุ้มครองเฉพาะคนที่คิดเหมือนเรา แต่ไม่คุ้มครองคนที่คิดต่าง ดิฉันขอยืนยันว่าความขัดแย้งต้องแก้ไขด้วยกฎหมายและเหตุผล ไม่ใช่ด้วยกำลัง” นางสาวศศินันท์กล่าว


