“จาตุรนต์” ลงพื้นที่ปราจีนฯ พบผู้เลี้ยงปลาตายยกกระชัง จี้สอบต้นตอน้ำดำ ชี้เกณฑ์เยียวยายังห่างความเดือดร้อนจริง เตรียมส่งเรื่องต่อไปยังสภา-กมธ.-รัฐบาล
วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ตำบลบ้านทาม อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี พบผู้เลี้ยงปลาในกระชังที่ได้รับผลกระทบจากกรณีปลาตายจำนวนมาก พร้อมเสนอให้เร่งตรวจสอบต้นตอมวลน้ำสีดำ ช่วยเหลือด้านเงินทุน และสร้างความมั่นใจในคุณภาพน้ำ เพื่อให้เกษตรกรกลับมาประกอบอาชีพได้
นายจาตุรนต์กล่าวว่า เฉพาะผู้เลี้ยงปลารายที่ลงพื้นที่ไปพบ มีความเสียหายร่วม 8 ล้านบาท โดยเกษตรกรเล่าว่า เมื่อเห็นปลาเริ่มมีอาการผิดปกติ ได้รีบเรียกรถมารับเพื่อขนไปขาย แม้ปลาจะยังไม่ได้ขนาด แต่เมื่อรถมาถึง ปลาก็ตายหมดแล้ว สะท้อนความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนไม่สามารถรับมือได้ทัน
นายจาตุรนต์ระบุว่า ปัญหาปลาตายเกิดขึ้นตลอดลำน้ำ ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 3 อำเภอในจังหวัดปราจีนบุรี รวมถึงผู้เลี้ยงปลาบางส่วนในพื้นที่ปลายน้ำ อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยหลังน้ำท่วมมีมวลน้ำสีดำไหลเข้ามา ก่อนที่ปลาจะทยอยตายจนหมดกระชัง
สำหรับสาเหตุ นายจาตุรนต์กล่าวว่า นักวิชาการอธิบายว่ามวลน้ำดังกล่าวมีออกซิเจนไม่เพียงพอให้ปลาอยู่รอด แต่ยังต้องตรวจสอบว่ามวลน้ำสีดำมาจากแหล่งใด เกี่ยวข้องกับการปล่อยของเสียจากภาคอุตสาหกรรมหรือโรงงานใดหรือไม่ รวมทั้งต้องตรวจสอบการปนเปื้อนสารพิษในปลา ทั้งปลาในกระชังและปลาตามธรรมชาติให้ชัดเจน
นายจาตุรนต์เห็นว่า รัฐบาลต้องช่วยเหลือด้านสินเชื่อแก่เกษตรกรที่ขาดเงินทุน ควบคู่กับการแก้ปัญหาคุณภาพน้ำ เพราะผู้เลี้ยงปลายังกังวลว่าหากลงทุนเริ่มต้นใหม่ มวลน้ำสีดำจะกลับมาและทำให้ปลาตายซ้ำอีกหรือไม่ ขณะเดียวกัน ความกังวลเรื่องสารปนเปื้อนยังอาจกระทบความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและตลาดผลผลิตของเกษตรกรด้วย
นอกจากนี้ ปัญหายังเชื่อมโยงถึงความมั่นใจในน้ำดื่ม น้ำใช้ และน้ำเพื่อการเกษตร ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายหน่วยงานในการตรวจสอบและฟื้นฟูให้ได้มาตรฐาน ขณะนี้หน่วยราชการได้เก็บตัวอย่างน้ำและปลาไปตรวจแล้ว ส่วนผู้เลี้ยงปลาก็เก็บตัวอย่างน้ำส่งตรวจเอง รวมถึงส่งไปยังสถาบันเอกชน
นายจาตุรนต์กล่าวว่า จะรวบรวมข้อมูลเพื่อพิจารณาส่งต่อไปยังสภาผู้แทนราษฎร คณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้อง และรัฐบาล เพื่อผลักดันการแก้ปัญหาในภาพรวม เนื่องจากความเสียหายครอบคลุมพื้นที่กว้าง การดำเนินการจึงต้องมีทั้งการเยียวยาและการวางระบบให้ประชาชนกลับมาใช้น้ำและประกอบอาชีพได้อย่างมั่นใจ โดยเฉพาะหลักเกณฑ์เยียวยาที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งยังห่างไกลจากความเดือดร้อนที่แท้จริงของเกษตรกร


