นายกฯ นำ ครม. ลงพื้นที่อุดรธานี–หนองคาย 2–3 พ.ย. 2569 เปิดศูนย์โรคหัวใจ วางศิลาฤกษ์โรงพยาบาลแห่งใหม่ เดินหน้าแก้ปัญหายาเสพติด–พัฒนาเศรษฐกิจภูมิภาค ด้านสำนักโฆษกจัดสื่อสัญจรล่วงหน้า
วันที่ 1 พฤศจิกายน 256 นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีกำหนดนำคณะรัฐมนตรีลงพื้นที่จังหวัดอุดรธานีและหนองคาย ระหว่างวันที่ 2–3 พฤศจิกายน 2569 เพื่อตรวจราชการกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ได้แก่ อุดรธานี เลย หนองคาย หนองบัวลำภู และบึงกาฬ พร้อมเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 2/2569 ณ จังหวัดอุดรธานี โดยมุ่งขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่และแก้ไขปัญหาสำคัญ ทั้งด้านเกษตรกรรม ยาเสพติด สาธารณสุข การบริหารจัดการน้ำ และค่าครองชีพ
โดยวันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน 2569 นายกรัฐมนตรีมีกำหนดเป็นประธานเปิดศูนย์โรคหัวใจเมตตา สุคโต โรงพยาบาลหนองคาย เพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชนในจังหวัดหนองคายและพื้นที่ใกล้เคียงเข้าถึงการตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือดอย่างทันท่วงที พร้อมเป็นประธานพิธีมอบสมุดประจำตัวผู้ได้รับการคัดเลือกให้ทำกินในชุมชน (คทช.) ตามนโยบายรัฐบาล ในลักษณะแปลงรวม พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าพานพร้าว–แก้งไก่ ณ โรงพยาบาลหนองคาย เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงที่ดินทำกินตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
ช่วงบ่าย นายกรัฐมนตรีมีกำหนดเป็นประธานพิธีวางศิลาฤกษ์โครงการก่อสร้างโรงพยาบาลและศูนย์การแพทย์ สถาบันพระบรมราชชนก และโครงการจัดตั้งสถาบันพระบรมราชชนก วิทยาเขตอุดรธานี โดยมุ่งพัฒนาโรงพยาบาลที่ให้บริการสุขภาพอย่างมีคุณภาพและทั่วถึง ลดช่องว่างในการเข้าถึงบริการ ควบคู่กับการผลิตบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อสนับสนุนการกระจายบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขในพื้นที่
จากนั้น นายกรัฐมนตรีมีกำหนดตรวจเยี่ยมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจร อย่างยั่งยืน (อุดรโมเดล พลัส) ณ ศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคมจังหวัดอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ศูนย์พักคอยผู้ป่วยจิตเวชก่อนกลับคืนสู่สังคม ก่อนเป็นประธานเปิดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 (Udon Thani International Horticultural Expo 2026) ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด จังหวัดอุดรธานี ภายใต้แนวคิด “Diversity of Life: Connecting People, Water and Plants for Sustainable Living” มุ่งนำเสนอความหลากหลายของพืชพรรณ นวัตกรรมการเกษตร และความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนกับธรรมชาติ ทั้งนี้ กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม
วันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน 2569 นายกรัฐมนตรีมีกำหนดเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 2/2569 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติมลฑาทิพย์ ฮอลล์ จังหวัดอุดรธานี โดยก่อนการประชุมจะเยี่ยมชมนิทรรศการของจังหวัด พร้อมถ่ายภาพร่วมกับคณะรัฐมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 และผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพมหานครภายในวันเดียวกัน
นายเอกภพกล่าวเพิ่มเติมว่า การตรวจราชการและการประชุม ครม. นอกสถานที่ครั้งนี้ จะเปิดโอกาสให้รัฐบาลติดตามปัญหาและรับฟังข้อเสนอจากทุกภาคส่วน เพื่อนำไปกำหนดแนวทางพัฒนาที่สอดคล้องกับความต้องการของพื้นที่ ยกระดับคุณภาพชีวิต เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ และแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
สำนักโฆษกจัดสื่อสัญจร 1–3 พ.ย. ชูเสน่ห์อุดรธานี
ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เตรียมจัดกิจกรรมสื่อมวลชนสัญจร (PRESS TOUR) ระหว่างวันที่ 1–3 พฤศจิกายน 2569 นำคณะสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลจากสถานีโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ และสื่อออนไลน์ รวม 29 คน ลงพื้นที่จังหวัดอุดรธานี เพื่อเผยแพร่แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม วิถีชีวิต และภูมิปัญญาท้องถิ่น ส่งเสริมการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมควบคู่กับการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและกระจายรายได้สู่ชุมชน พร้อมติดตามภารกิจนายกรัฐมนตรีในพื้นที่จังหวัดอุดรธานีและจังหวัดหนองคาย โดยได้รับการสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
คณะสื่อมวลชนมีกำหนดเยี่ยมชมศาลเจ้าปู่–ย่า อุดรธานี ศาลเจ้าจีนเก่าแก่และศูนย์รวมจิตใจของชาวไทยเชื้อสายจีนและชาวอุดรธานี ก่อนเดินทางไปยังชุมชนบ้านโนนกอก ตำบลหนองนาคำ อำเภอเมืองอุดรธานี เพื่อศึกษาภูมิปัญญาการทอผ้าโบราณ “ลายสายธารนาคเชียงรวง” ซึ่งชุมชนร่วมกันอนุรักษ์และพัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น ก่อนจะติดตามภารกิจนายกรัฐมนตรีในการตรวจราชการกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ได้แก่ จังหวัดอุดรธานี เลย หนองคาย หนองบัวลำภู และบึงกาฬ ระหว่างวันที่ 2–3 พฤศจิกายน 2569 รวมถึงการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 2/2569 ณ จังหวัดอุดรธานี ในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 โดยมุ่งเน้น 2 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การผลิตและการค้าสินค้าเกษตรและอาหาร และการปราบปรามยาเสพติด เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่และแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน


