“รังสิมันต์ โรม” แนะฟังหูไว้หู ข่าวลือ “ทักษิณ ชินวัตร” กดดัน คกก.เสริมสร้างสันติสุข รับคำร้องนิรโทษกรรม แลกเสียงโหวตอภิปรายไม่ไว้วางใจ ขอทำหน้าที่ฝ่ายค้านเต็มที่
วันที่ 31 ตุลาคม 2569 นายรังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีการปล่อยข่าวลืออ้างเรื่อง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กดดันคณะกรรมการเสริมสร้างสันติสุข รับคำร้องนิรโทษกรรม แลกเสียงโหวตอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า ถ้ามันมีเรื่องต่อรองที่ว่าจริง ตนคิดว่าประชาชนก็คงมองได้ออกอยู่แล้ว เราก็ทำหน้าที่ฝ่ายค้านของเรา ส่วนแต่ละฝ่ายจะเดินเกมอย่างไรนั้นเราควบคุมไม่ได้
แต่สิ่งที่เราทำได้คือนำเสนอพยานหลักฐานต่อสภาฯ เมื่อได้เห็นพยานหลักฐาน คาดหวังว่าทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล จะใช้สามัญสำนึกของการเป็นนักการเมืองที่ทำเพื่อผลประโยชน์ประเทศชาติ ในการตัดสินใจตอนโหวตบางหัวข้อ เช่น การฮั้ว สว. เราอภิปรายไม่ไว้วางใจแน่นอน ก็ต้องถามว่านักการเมืองที่อยู่ในสภาฯ รับกันได้ใช่หรือไม่กับการก่ออาชญากรรมต่อระบอบประชาธิปไตยแบบนี้
นายรังสิมันต์ เผยต่อไปว่า ส่วนใครเดินเกมทางการเมืองอย่างไร เอาตรงๆ เราคงจะไปห้ามไม่ได้ มันก็เป็นเรื่องที่พี่น้องประชาชนอาจต้องช่วยกันตรวจสอบ โดยอีกด้านหนึ่งมันก็แสดงให้เห็นว่าตัวรัฐบาลถ้าไม่มีแผลแล้วแผลนั้นมันไม่จริง มันก็ไม่จำเป็นต้องกลัวอะไร แต่การที่มันอาจมีการต่อรองอะไรแบบนี้หรือไม่ ก็แสดงว่าแผลนั้นมันมีอยู่จริง เพียงแต่ว่าความยุติธรรมมันเกิดขึ้นไม่ได้เพราะมันเรื่องของผลประโยชน์เข้ามา ซึ่งอันนี้ก็ต้องช่วยกันตรวจสอบ
ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าหากข่าวลือเป็นจริง จะกลายเป็นการเล่นละครตบตาชาวบ้านหรือไม่ นายรังสิมันต์ ตอบว่า ตนไม่ค่อยอยากจะไปวิจารณ์ในเรื่องนี้ โดยเฉพาะในเมื่อความชัดเจนของข้อเท็จจริงมันยังไม่มาก มันก็เป็นข่าวลือเสียเยอะ แต่เราทราบดีว่าในฐานะเป็นนักการเมือง เวลาที่มีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจมันก็มีฝ่ายต่างๆ แม้กระทั่งภายในรัฐบาลและภายในสีน้ำเงินเอง ไม่ได้มีความนิ่งหรือสมูท มันมีแรงกระเพื่อม มีนาตาชาที่ส่งข้อมูลต่างๆ มาให้ตน และการที่มันมีแผลนั่นแหละจึงทำให้มีฝ่ายที่อาจหยิบเรื่องนี้มาต่อรองหรือไม่ ไม่ทราบ แต่ตนก็เชื่อว่ายิ่งเราฝ่ายค้านอภิปรายมีน้ำหนักมากเท่าไหร่ ก็มีความเป็นไปได้ว่าราคาของการต่อรองก็อาจจะสูงขึ้นก็ได้ ตนไม่อยากจะกล่าวไปเป็นในลักษณะเฉพาะเจาะจงว่าพรรคไหนเป็นคนให้ข่าว เพราะเรื่องนี้เราต้องฟังหูไว้หู.


