“อนุทิน” หารือนายกฯ ภูฏาน ดัน FTA เปิดประตูการค้าไทย ส่งออกข้าวหอมมะลิ–อาหารทะเล–เนื้อสัตว์ พร้อมขยายความร่วมมือเศรษฐกิจทุกมิติ
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 30 ต.ค.2569 ตามเวลาท้องถิ่นภูฏาน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าหารือทวิภาคีกับดาโช เชริง โตบเกย์ นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรภูฏาน ณ สำนักงานนายกรัฐมนตรีภูฏาน กรุงทิมพู ระหว่างการเยือนอย่างเป็นทางการตามคำเชิญของฝ่ายภูฏาน เพื่อยกระดับความสัมพันธ์และผลักดันความร่วมมือให้เกิดผลเป็นรูปธรรม
การหารือครั้งนี้ให้ความสำคัญกับการขยายโอกาสทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการต่อยอดความตกลงการค้าเสรีไทย–ภูฏาน (FTA) ซึ่งผู้นำภูฏานมองว่าจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดภูฏาน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ภูฏานมีความสนใจนำเข้ารถยนต์จากประเทศไทยเพิ่มขึ้น
ขณะที่นายกรัฐมนตรีไทยเห็นว่า ทั้งสองประเทศยังมีโอกาสเพิ่มมูลค่าการค้าและการลงทุนได้อีกมาก โดยเฉพาะสินค้าเกษตรและอาหารคุณภาพสูงของไทย ได้แก่ ข้าวหอมมะลิ อาหารทะเล เนื้อไก่ และเนื้อสุกร ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคภูฏาน
นอกจากนี้ ไทยยังเสนอให้ภาคเอกชนทั้งสองประเทศร่วมพัฒนาระบบโลจิสติกส์ นิคมอุตสาหกรรม โครงสร้างพื้นฐาน และโครงการด้านพลังงาน รวมถึงขยายความร่วมมือด้านเทคโนโลยี เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจและการลงทุนระยะยาว
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือความร่วมมือด้านพลังงานสะอาด โดยนายกรัฐมนตรีไทยเสนอให้รัฐมนตรีพลังงานของทั้งสองประเทศหารือร่วมกัน เพื่อแสวงหาแนวทางส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
ด้านสาธารณสุข ไทยยืนยันความพร้อมสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์และระบบบริการสุขภาพของภูฏาน ขณะที่ฝ่ายภูฏานต้องการส่งเสริมให้ประชาชนเดินทางมารับบริการทางการแพทย์ในประเทศไทยมากขึ้น โดยเฉพาะการรักษาโรคที่มีความซับซ้อน ซึ่งไทยมีความเชี่ยวชาญ
ส่วนด้านการศึกษา นายกรัฐมนตรีภูฏานสนใจส่งเสริมการเรียนภาษาไทยให้ประชาชน เพื่อเพิ่มโอกาสการทำงานกับผู้ประกอบการไทยในภูฏาน และสร้างความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศ
ทั้งนี้ นายอนุทินยังเสนอให้มีการจัดเวทีหารือทางธุรกิจระหว่างภาคเอกชนไทยและภูฏาน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการพบปะและแสวงหาความร่วมมือด้านอาหาร เทคโนโลยี พลังงาน และโครงสร้างพื้นฐานอย่างเป็นรูปธรรม
ผู้นำทั้งสองฝ่ายยังแสดงความยินดีต่อกำหนดการลงนามความตกลงความร่วมมือ 3 ฉบับ ในวันที่ 31 ตุลาคม 2569 ซึ่งจะเป็นอีกก้าวสำคัญในการขยายความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ
นอกจากนี้ นายอนุทินยังได้รับเชิญให้เข้าร่วมกิจกรรมสำคัญที่เมืองเกเลฟู ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เนื่องในโอกาสโครงการก่อสร้างสถูป 108 องค์ ตามพระราชดำริของสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งภูฏาน ซึ่งสะท้อนความใกล้ชิดทางพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมระหว่างสองประเทศ
นายกรัฐมนตรีภูฏานยังถ่ายทอดพระราชประสงค์ของสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งภูฏาน ที่ทรงให้ความสำคัญกับการเยือนครั้งนี้ และประสงค์ให้ฝ่ายภูฏานให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น
การเยือนภูฏานครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นการกระชับมิตรภาพระหว่างสองประเทศ แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการเปิดตลาดใหม่ให้สินค้าไทย สร้างช่องทางการลงทุน และขยายบทบาททางเศรษฐกิจของประเทศไทยในภูมิภาคเอเชียใต้ ภายใต้การเดินหน้าการทูตเศรษฐกิจของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล


