“ภราดร” เป็นประธานประชุมบูรณาการ กทม.- บช.น.- ป.ป.ท. ถกนำร่อง Sandbox ข้าวสาร-รามบุตรี หวังแก้ไขข้อจำกัดกฎหมายล้าสมัย ชู 3 มิติหลักรับท่องเที่ยวปีใหม่ พร้อมขีดเส้น ป.ป.ท. สรุปผลใน 15 วัน


เมื่อเวลา 11.55 น. วันที่ 30 ตุลาคม 2569 นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมบูรณาการขับเคลื่อนมาตรการ “Sandbox ย่านข้าวสารและรามบุตรี” โดยมีพลตำรวจโท สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ตัวแทนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พล.ต.อ.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย กรมสรรพสามิต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องปารุสกวัน 1 ชั้น 2 กองบัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อยกระดับการอนุญาตและการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับสถานบริการ รวมถึงป้องกันการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐ


นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน มีสาเหตุสำคัญมาจากพระราชกฤษฎีกาออกตามความในพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2545 ซึ่งประกาศใช้มาเป็นระยะเวลา 25 ปีแล้ว โดยไม่มีการปรับปรุงแก้ไข ส่งผลให้มีการกำหนดพื้นที่อนุญาตให้ตั้งสถานบริการในเขตกรุงเทพมหานครเพียง 3 เขตเท่านั้น ซึ่งไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์และบริบทสังคมในปัจจุบัน


เนื่องจากกฎหมายสถานบริการกำหนดให้สถานบริการต้องตั้งอยู่ในเขตโซนนิ่งที่กำหนดเท่านั้น ทำให้สถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการทั่วประเทศ ไม่สามารถขอรับใบอนุญาตได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ถือเป็นปัญหาต้นทางที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันว่าต้องเร่งดำเนินการแก้ไข ในระยะยาว ทราบว่ากรมการปกครองอยู่ระหว่างการยกร่างพระราชบัญญัติสถานบริการฉบับใหม่ ประกอบกับมีร่างกฎหมายที่เสนอโดยพรรคการเมืองต่างๆ เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรแล้ว ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการพิจารณา


สำหรับการแก้ไขปัญหาในระยะสั้น ที่ประชุมได้หารือร่วมกันเกี่ยวกับการใช้พื้นที่ถนนข้าวสารเป็นพื้นที่นำร่อง (Sandbox) โดยมีข้อสรุปเบื้องต้นในการเตรียมเสนอต่อคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อพิจารณาเรื่องการขยายเวลาเปิดให้บริการ โดยที่ประชุมได้ให้ความสำคัญกับ 3 มิติหลัก ดังนี้


1. มิติด้านเศรษฐกิจ: สืบเนื่องจากข้อจำกัดทางกฎหมายปัจจุบัน ร้านอาหารและสถานประกอบการไม่สามารถเปิดให้บริการเกินเวลา 24.00 น. ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจและการท่องเที่ยวในย่านเศรษฐกิจสำคัญอย่างกรุงเทพมหานคร


2. มิติด้านความปลอดภัย: การพิจารณาอนุญาตหรือขยายเวลาให้กับสถานประกอบการ จะต้องเชื่อมโยงกับการตรวจสอบความปลอดภัยตามหลักเกณฑ์ 17 ข้อของกรุงเทพมหานครและกองบัญชาการตำรวจนครบาลอย่างเคร่งครัด ซึ่งปัจจุบันมีสถานประกอบการจำนวนหนึ่งได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว และส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างดำเนินการ


3. มิติด้านข้อกฎหมาย: การกำหนดแนวทางและพื้นที่นำร่องที่ชัดเจน จะช่วยให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานสามารถบังคับใช้กฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนช่วยลดปัญหาการเรียกรับผลประโยชน์จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง


ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการการประชุม ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาออกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีหรือแนวทางที่เหมาะสม รวมถึงหารือร่วมกับคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยกำหนดให้มีการติดตามความคืบหน้าและรายงานผลต่อที่ประชุมภายใน 15 วัน


จากการลงพื้นที่สำรวจของกรุงเทพมหานครและกองบัญชาการตำรวจนครบาลในย่านข้าวสาร พบว่ามีสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการกว่า 30 แห่ง แต่มีสถานบริการที่ได้รับใบอนุญาตถูกต้องเพียง 4 แห่ง ดังนั้น การดำเนินมาตรการ Sandbox จึงต้องขับเคลื่อนทั้ง 3 มิติไปพร้อมกัน ทั้งการเปิดโอกาสทางเศรษฐกิจ การยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของอาคารและสถานประกอบการตามเช็กลิสต์ของ กทม. และการกำกับดูแลภายใต้กรอบกฎหมายที่ถูกต้อง


สำหรับการดำเนินการทางวินัยและอาญาต่อเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง กองบัญชาการตำรวจนครบาลได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยแล้ว ขณะที่ ป.ป.ท. อยู่ระหว่างกระบวนการไต่สวนเบื้องต้นเพื่อดำเนินการตามกฎหมายอาญาต่อไป 


เมื่อวานนี้ ตัวแทนผู้ประกอบการได้เข้ายื่นหนังสือเพื่อสะท้อนความเดือดร้อนด้านเศรษฐกิจจากข้อจำกัดเรื่องเวลาเปิดทำการ ผมได้ชี้แจงทำความเข้าใจว่า การผลักดันมาตรการ Sandbox เพื่อขยายเวลาให้บริการ จำเป็นต้องแลกกับความร่วมมือในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและการปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งผู้ประกอบการมีความเข้าใจและพร้อมให้ความร่วมมือ


เนื่องจากประเด็นข้อถกเถียงหลักคือเรื่องเวลาในการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การทดลองดำเนินมาตรการในพื้นที่ขนาดเล็กอย่างย่านข้าวสาร ซึ่งสามารถควบคุมมาตรการความปลอดภัยและสาธารณสุขได้ จะเป็นพื้นที่ต้นแบบ หากผลการประเมินแสดงให้เห็นว่าสามารถควบคุมมาตรการด้านความปลอดภัยและสาธารณสุขที่คณะกรรมการฯ เป็นห่วงได้ ก็จะเป็นแนวทางสำคัญในการพิจารณาขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆ ต่อไป


ท้ายที่สุด ปัญหาเชิงโครงสร้างที่สำคัญคือข้อจำกัดของพระราชกฤษฎีกา พ.ศ. 2545 ที่กำหนดพื้นที่โซนนิ่งไว้เพียง 3 แห่ง (ได้แก่ RCA,พัฒน์พงษ์ และรัชดาภิเษก) ขณะที่ความเป็นจริงทั่วประเทศมีจังหวัดที่ไม่เคยประกาศเขตโซนนิ่งถึง 22 จังหวัด แต่กลับมีสถานประกอบการจำนวนมาก สะท้อนถึงความล้าสมัยของกฎหมาย ซึ่งทุกภาคส่วนตระหนักและกำลังเร่งดำเนินการแก้ไขในภาพรวมต่อไป”


นายภราดร กล่าวทิ้งท้าย ตนหวังว่าโครงการ Sandbox ที่ย่านข้าวสารจะสามารถดำเนินการแล้วเสร็จทันช่วงเทศกาลคริสต์มาสหรือเทศกาลปีใหม่นี้หรือไม่ ท่านรัฐมนตรีระบุว่า ประเด็นสำคัญอยู่ที่การพิจารณากรอบระยะเวลาในการจำหน่าย และคาดว่ากระบวนการทั้งหมดน่าจะแล้วเสร็จทันก่อนช่วงเทศกาลท่องเที่ยวปลายปี ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามายังประเทศไทยและย่านถนนข้าวสารเป็นจำนวนมาก