“ปกรณ์” แนะ เปิดเผยบัญชีรายรับ รายจ่าย ทุกมูลนิธิสู่สาธารณะ เพื่อให้เกิดการตรวจสอบ จ่อวางแนวทางปิดช่อง คนในเอาเงินบริจาคไปใช้โดยมิชอบ


เมื่อเวลา 12.20 น. วันที่ 30 ต.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีมีหลายฝ่ายอยากให้มีการตรวจสอบมูลนิธิต่างๆ ที่รับบริจาคเพื่อช่วยเหลือสังคม หลังเกิดประเด็นมูลนิธิของ บุ๋ม ปนัดดา ว่า มูลนิธิอยู่ภายใต้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ คนดูแลคือกระทรวงมหาดไทย


เมื่อถามว่า ที่ผ่านมาสังคมไม่สามารถรับรู้และตรวจสอบหลังจากบริจาคเงินไปแล้วได้ นายปกรณ์ กล่าวว่า ทั้งมูลนิธิและสมาคมต้องส่งรายงานทั้งรายงานการเงิน และผลดำเนินการ ให้กับกระทรวงมหาดไทยตรวจสอบ ปัญหาอยู่ที่ว่าคงจะมีจำนวนเยอะ และการตรวจสอบอาจจะยังไม่เข้มข้น หากจะแก้ไขปัญหานี้ก็ต้องไปเข้มข้นในการตรวจสอบทางบัญชีของผู้สอบบัญชี และต้องมีการตรวจสอบรายงานมากขึ้น


เมื่อถามว่า งบฯการบริจาคนั้นสามารถเปิดเผยบัญชีให้ประชาชนรับทราบได้หรือไม่จะได้เกิดความโปร่งใส นายปกรณ์ กล่าวว่า ข้อมูลนี้กระทรวงมหาดไทยมีอยู่ ซึ่งสมาคมกับมูลนิธิต้องรายงานทุกปี อาจจะขอให้ทางมหาดไทยเปิดเผยข้อมูล เพราะหากไม่ใช่ข้อมูลซับซ้อนอะไร ก็ไม่น่าจะเป็นประเด็น


“จริงๆแล้วในความเห็นส่วนตัว ข้อมูลเหล่านี้ต้องเปิดเผยให้สาธารณะรับทราบ อย่างน้อยเพื่อให้เกิดการตรวจสอบได้ เพราะเงินที่ได้ไป ได้ไปจากศรัทธา ก็เหมือนเงินบริจาควัดประมาณนั้น เพราะเงินบริจาควัดเรายังอยากรู้เลยว่าเอาไปทำอะไร ซึ่งหลักการก็เป็นหลักการเดียวกันหมด จึงขอย้ำว่าในส่วนตัวเห็นว่าควรจะมีการเปิดเผย ถ้ายังไม่มีกฎเกณฑ์กติกา ก็ควรจะต้องเปิดเผย” นายปกรณ์ กล่าว


เมื่อถามว่า จะมีแนวทางปิดช่องไม่ให้คนในมูลนิธิเอาเงินบริจาคไปใช้ส่วนตัวได้หรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า อันนี้อาจจะต้องดูเรื่องระบบบัญชี ซึ่งระบบบัญชีอาจจะต้องวางแนวทางใหม่ เข้าใจว่าเดี๋ยวสภาวิชาชีพบัญชี คงหารือกันใหม่ในเรื่องนี้ เพื่อจะวางมาตรฐาน โดยเฉพาะเรื่องการเปิดเผยข้อมูล เพราะเมื่อเกิดเหตุอย่างนี้ก็จะทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธาในการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ซึ่งอันนี้ถือว่าเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี ยืนยันว่ากำลังจะหาทางแก้ไขกันอยู่