ประวัติ “โจเซฟ เฮม แคนเตอร์” ผู้นำชุมชนชาวยิวและประธานเครือข่ายชาบัด อยู่ไทยร่วม 20 ปี หนึ่งในกรรมการบริษัทที่ตั้งสุสานยิว ที่บางคล้า ฉะเชิงเทรา กระทั่ง “อนุทิน” ลงนามถอนสัญชาติไทยในที่สุด


วันที่ 30 ตุลาคม 2569 ถูกถอนสัญชาติไทยไปอีกราย สำหรับ นายโจเซฟ เฮม แคนเตอร์ ภายหลัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงนามในประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ถอนสัญชาติไทย ลงวันที่ 28 ตุลาคม 2569

ทั้งนี้ นายโจเซฟ เฮม แคนเตอร์ ได้รับสัญชาติไทย โดยมีการประกาศราชกิจจานุเบกษาให้มีสัญชาติไทยโดยสมบูรณ์ตามกฎหมายเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2556 และมีการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2556 แต่กรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม สืบสวนพบกระทำการที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคม อีกทั้งนายโจเซฟ เฮม แคนเตอร์ ยังมีการใช้สัญชาติเดิมคืออเมริกัน ในการเดินทางเข้า-ออกไปยังประเทศออสเตรเลียอย่างต่อเนื่องถึง 16 ครั้งซึ่งขัดเงื่อนไขในการขอแปลงสัญชาติเป็นไทย (อ่านเพิ่มเติม : “อนุทิน” เซ็นถอนสัญชาติไทย “โจเซฟ” ยังใช้สัญชาติอเมริกันเข้าออกประเทศ ขัดเงื่อนไข)

ประวัติ “โจเซฟ เฮม แคนเตอร์”

สำหรับประวัติของ นายโจเซฟ เฮม แคนเตอร์ (Rabbi Joseph Heim Kantor) เดิมสัญชาติอเมริกัน ผู้นำชุมชนชาวยิว และประธานเครือข่ายชาบัด หรือ ชาบาด (Chabad) ในประเทศไทย มีบทบาทในการดูแลชุมชนชาวยิว และนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลในไทย โดยนายโจเซฟ เดินทางเข้าประเทศไทยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2536 พร้อมภรรยาและลูก ก่อนที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้นำทางศาสนาของชุมชนชาวยิวในไทย กระทั่งผ่านมาราว 20 ปี  นายโจเซฟและครอบครัว ได้ยื่นคำร้องขอแปลงสัญชาติเป็นสัญชาติไทย

เริ่มเป็นที่รู้จักในหน้าสื่อสืบเนื่องจากกรณีสุสานชาวยิวในพื้นที่ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา โดยสุสานยิวดังกล่าว ตั้งอยู่บนเนื้อที่ประมาณ 6 ไร่ใน ต.เสม็ดใต้ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา ภายใต้ชื่อ “Jewish Cemetery Thailand” เป็นสุสานชาวยิวแห่งใหม่ที่ยื่นขอจัดตั้งโดย บริษัท กาน ชาบาด จำกัด (Gan Chabad Co., Ltd.) เครือข่ายเดียวกับมูลนิธิชาบาดแห่งประเทศไทย เพื่อใช้เป็นสุสานชาวยิวแห่งใหม่ เนื่องจากพื้นที่สุสานเดิมในกรุงเทพฯ เริ่มแออัด อีกทั้งมีการระบุว่าอาจรองรับได้ประมาณ 1,200 ร่าง 

ต่อมาชาวบ้านในพื้นที่รวมตัวคัดค้าน เนื่องจากสถานที่สร้างอยู่ใกล้แหล่งน้ำและชุมชน กังวลเรื่องปัญหาสุขอนามัย สิ่งแวดล้อม และน้ำเสียปนเปื้อนลงชั้นน้ำใต้ดิน โดยเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบสุสานดังกล่าว โดยบริษัทเอกชนเจ้าของพื้นที่ส่งหนังสืออนุญาตให้เข้าไปตรวจสอบได้ แต่ไม่อนุญาตให้สื่อและเจ้าหน้าที่หน่วยงานเอกชนต่างๆ เข้าไปตรวจสอบด้วย ทางด้านนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเสม็ดใต้ บอกว่า จากการส่งเจ้าหน้าที่ร่วมตรวจสอบ พบศพในพื้นที่รวมเป็น 4 ศพ จากข้อมูลอยู่ในช่วงใบอนุญาต 1 ศพ ส่วนอีก 3 ศพ น่าจะเป็นช่วงหลังใบอนุญาตหมดแล้ว แสดงว่าไม่เป็นไปตามกฎหมายอนุญาต (อ่านเพิ่มเติม : ตรวจสอบแล้วมี “ศพ” ในพื้นที่จะสร้างสุสานชาวยิว เร่งผลักดัน ดำเนินการตามกฎหมาย) 

ขณะที่ นางสาวฉัตรประอร นิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เปิดเผยหลังการตรวจสอบว่า มีการยื่นคำขอใบอนุญาตจัดตั้งสุสานและฌาปนสถาน เมื่อ พ.ศ. 2564 ก่อสร้างเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2565 แล้วเสร็จเมื่อเดือนตุลาคม 2566 รวมถึงพบว่าสถานที่ตั้งสุสานไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ตามที่ระเบียบกฎหมายกำหนด ซึ่งเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2567 คณะกรรมการกลั่นกรองตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขสุสานและฌาปนสถาน ร่วมกันพิจารณากลั่นกรองการต่ออายุใบอนุญาต พบว่าไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ตามกฎกระทรวง (พ.ศ. 2543) จึงมีมติเอกฉันท์ว่า สถานที่ตั้งสุสานและฌาปนสถานดังกล่าว ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข จึงพิจารณา “ไม่ควรต่อใบอนุญาต” (อ่านเพิ่มเติม : ไม่มีศพแล้ว ผู้ว่าฯ ฉะเชิงเทรา แจงปมสุสานชาวยิว ยันไม่ต่อใบอนุญาต)

นอกจากนี้ หน่วยงานยังมีการตรวจสอบพบว่า นายโจเซฟ เฮม แคนเตอร์ ถือครองที่ดินชาบัดทั้งใน จ.ภูเก็ต และ จ.ฉะเชิงเทรา มีชื่อเป็นกรรมการบริษัทที่ตั้งสุสานบางคล้า และพบว่ามีทรัพย์สินมูลค่ากว่า 300 ล้านบาท จึงเสนอเรื่องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษตรวจสอบเส้นเงิน กระทั่งนำมาสู่การถอนสัญชาติไทยในที่สุด 

ทางด้าน นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุในวันที่ 30 ตุลาคม ว่า กรมการปกครองจะดูว่าทายาทและผู้ที่ได้สัญชาติไทยต่อจากนายโจเซฟเป็นใครบ้าง ในเมื่อนายโจเซฟก็ทำความผิดแล้ว เราก็ต้องไปดูว่าลูกหลานและเครือญาติที่เกี่ยวข้องที่อยู่ในประเทศไทยและถือครองสัญชาติไทยด้วยมีความผิดด้วยหรือไม่ หากมีความผิดเราก็ต้องดำเนินการเช่นเดียวกัน (อ่านเพิ่มเติม : “พลพีร์” เผยเร่งสอบทายาท “โจเซฟ” หลังถูกเพิกถอนสัญชาติไทย - ตรวจสอบ 19 บริษัทถือครอง)