ปลัดกระทรวงยุติธรรม ยัน ร่างนิรโทษกรรม ไม่ว่าจะเป็นใคร เยาวชนหรือรัฐมนตรี ทุกคนเท่ากันหมด ยิ้มรับใช่ ม็อบราษฎรก็ได้ประโยชน์ ไม่ขอตอบ “ทักษิณ” ยื่นขอล้างมลทิน อาจมีผลเกี่ยวเนื่องมาจากคดีที่อยู่ในระหว่างชั้นศาล


เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 29 ต.ค. 2569 ที่กระทรวงยุติธรรม นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ปลัดกระทรวงยุติธรรม และในฐานะประธานคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองเรื่อง ภายใต้ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ไปยังนายปกรณ์ นิลประพันธ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข เพื่อขอให้วินิจฉัยสิทธิ ได้รับนิรโทษกรรมและพ้นจากความรับผิดทั้งปวง ตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 โดยมอบอำนาจให้นายวิญญัติ ชาติมนตรี เป็นผู้ดำเนินการยื่นคำร้องแทน เพื่อเป็นการล้างมลทินในคดีอันเกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันจากคดีทางการเมือง ว่า วัน 28 ต.ค.ตนได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนที่ทำเนียบรัฐบาลไปแล้ว ซึ่งเรื่องนี้มันมีกรอบในการพิจารณา และในฐานะที่ตนเป็นประธานคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองเรื่อง เพื่อที่จะได้เสนอเข้าที่ประชุมของคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข (คณะกรรมการนิรโทษกรรม) อะไรที่มันตรง ชัดเจน เราก็ต้องรีบทำ ส่วนอะไรที่มันมีความเข้าใจถูกหรือเข้าใจผิด เราก็ต้องบอกว่า ถ้าเรื่องนี้ ในท่อนนี้ แล้วไปเกี่ยว แล้วโดนรังแก เราก็ไม่ตัดทิ้ง ซึ่งจะนำมาใช้พิจารณาร่วมกันทั้งหมดอยู่แล้ว เราจะไม่พิจารณาเพื่อมาตัดทิ้ง เพราะคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองเรื่อง มีความตั้งใจดีที่จะพิจารณาทุกเรื่องของทุกราย พร้อมยืนยันว่า ไม่ว่าจะเป็นใคร แต่มาตรฐานในการบังคับใช้กฎหมาย หรือมาตรการที่ทำให้กฎหมายสามารถเกิดประโยชน์หรือเกิดคุณกับผู้อื่น เราทำทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเยาวชนหรือเป็นเด็ก หรือเป็นรัฐมนตรี หรือเป็นอดีตรัฐมนตรี ทุกคนเท่ากันหมด ขอให้ไม่ต้องกังวล แต่สื่อมวลชนกลับมีความพยายามจะบอกตนว่า ในส่วนของอดีตนายกรัฐมนตรี (นายทักษิณ ชินวัตร) เป็นอย่างไร มีความคืบหน้าอย่างไร แต่เหตุใดสื่อมวลชนจึงไม่เคยถามตนเลยว่ามีเด็กและเยาวชนรายใด หรือมีคนที่ลำบากอื่นอีกหรือไม่ จึงขอให้สังคมไม่ต้องเป็นกังวล เพราะอย่างไรเรื่องนี้ก็จะต้องเร่งพิจารณาดำเนินการอยู่แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานงานกับทางสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งคาดว่าจะสามารถประชุมได้ในสัปดาห์หน้า และเมื่อดำเนินการประชุมเสร็จสิ้นแล้ว ก็จะมีการเสนอเรื่องราวรายละเอียดเข้าสู่ที่ประชุมของคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ซึ่งมี นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการฯ พร้อมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิหลากหลายท่าน และจะได้รีบดำเนินการทำหนังสือประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป


ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่ากรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้มีการยื่นคำร้องขอล้างมลทินนิรโทษกรรมคดีทางการเมืองมานั้น อาจมีผลเกี่ยวเนื่องมาจากคดีที่อยู่ในระหว่างชั้นศาล ซึ่งเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องภาษีหุ้นชินคอร์ป นายปิยะศิริ กล่าวว่าตนยังไม่ขอตอบในประเด็นใด เนื่องจากหน้าที่ในการให้ความเห็นไม่ได้มีแค่ในส่วนของตนเพียงคนเดียว แต่เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข แต่เรามีหน้าที่เพียงกลั่นกรองเรื่องและเสนอความเห็น ว่าในฐานะที่เราเป็นกระทรวงยุติธรรม เราคิดอย่างไร ส่วนหน้าที่ของการตัดสินใจครั้งสุดท้าย  จะเป็นในส่วนของคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ซึ่งเป็นคณะกรรมการชุดใหญ่ แต่ยืนยันว่าเร่งดำเนินการแน่นอน อีกทั้งนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ก็ยืนยันว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน ไม่อยากขยายเวลา เพราะอยากให้คนที่ยังอยู่ระหว่างกระบวนการได้ออกมาใช้ชีวิต บ้านเมืองจะได้เริ่มใหม่


เมื่อถามล่าสุดก็พบว่าในกลุ่มของผู้ต้องขังคดีทางการเมืองอย่างม็อบราษฎร บางส่วนก็ได้รับประโยชน์จากกฎหมายนิรโทษกรรม ปลัดกระทรวงยุติธรรม ยิ้มรับและกล่าวว่า ใช่ เด็ก ๆ ได้ประโยชน์ จึงไม่อยากให้เจาะจงเพียงตัวบุคคล อย่ามองเพียงตัวบุคคล แต่ให้มองในภาพรวมของประชาชนทุกคนที่เป็นคนไทยว่าได้ประโยชน์จากพระราชบัญญัติฉบับนี้ใช่หรือไม่


นายปิยะศิริ กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าเกี่ยวกับ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 ที่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับกระทรวงยุติธรรมนั้น เราก็ได้มีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาจำนวนหนึ่ง เพื่อทำหน้าที่สนับสนุนพิจารณาข้อมูล โดยตอนนี้ได้มีการเร่งรวบรวมตัวเลขของบุคคลที่เกี่ยวข้องในคดีชุมนุมทางการเมืองไว้แล้ว โดยมีการแบ่งว่าจะเป็นคดีในชั้นของพนักงานอัยการจำนวนกี่คดี หรือคดีในชั้นของพนักงานสอบสวนดีเอสไอจำนวนกี่คดี โดยเฉพาะในคดีที่อยู่ในส่วนรับผิดชอบของพนักงานอัยการ เราก็ได้มีการทำหนังสือสอบถามเช่นเดียวกันว่าในแต่ละคดีมีความคืบหน้าดำเนินการไปอย่างไรแล้วบ้าง ซึ่งในชั้นคดีของดีเอสไอรับผิดชอบ จะมีจำนวนทั้งสิ้น 2 คดี โดยเราจะมีการเชิญประชุมในสัปดาห์หน้า ไม่ดำเนินการล่าช้าอย่างแน่นอน ส่วน 2 คดีในความรับผิดชอบของดีเอสไอดังกล่าว จะเป็นคดีที่เกี่ยวกับการชุมนุมเมื่อปี พ.ศ. 2553 หรือไม่นั้น เนื่องด้วยตนยังไม่เห็นรายละเอียดครบถ้วน แต่เข้าใจว่าน่าจะมีความเกี่ยวข้องกัน อย่างไรตนขอดูรายละเอียดของเจ้าหน้าที่อีกครั้งหนึ่ง เพราะมันจะมีเงื่อนไขกำหนดรายละเอียดร่วมกับทางสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีอยู่ว่าในกรอบเรื่องหนึ่ง เราจะต้องดูอย่างไรบ้าง เช่น มีความเกี่ยวข้องกับคดีการชุมนุมทางการเมืองโดยตรงหรือไม่ และถ้าเกี่ยวข้อง เกี่ยวข้องอย่างไร หรือถ้าหากเรื่องนั้นมันเกี่ยวข้องกับเอกชนโดยตรง ก็ต้องละไว้ในส่วนของเอกชนที่จะดำเนินการเอง แต่ถ้าเรื่องไหนไปเกี่ยวข้องกับคดีอาญาอื่นอีก ก็ต้องไปพิจารณารายละเอียดเพิ่มเติมเช่นเดียวกัน แต่พูดกันตามตรง ไม่ว่าจะเป็นคนที่ถูกคุมขัง หรือคนที่มีความเกี่ยวพัน หรือเป็นคนที่ออกไปแสดงความคิดเห็น เราจะใช้กรอบตรงนี้ในการพูดคุยหารือก่อน