โฆษกรัฐบาล เผยกำหนดการสำคัญ “อนุทิน” เยือนภูฏาน 30 ต.ค. - 1 พ.ย.นี้  กระชับสัมพันธ์ 37 ปี ผลักดันโอกาสการค้า-ลงทุน นับเป็นการเยือนอย่างเป็นทางการของนายกฯ ไทยในรอบ 8 ปี


วันที่ 29 ตุลาคม 2569 นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีกำหนดเดินทางเยือนราชอาณาจักรภูฏานอย่างเป็นทางการ (Official Visit) ระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม - 1 พฤศจิกายน 2569 ณ กรุงทิมพูและเมืองเกเลฟู ราชอาณาจักรภูฏาน ตามคำเชิญของนายกรัฐมนตรีภูฏาน เพื่อสานต่อความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นและส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสองประเทศในทุกมิติ โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และความร่วมมือเพื่อการพัฒนา รวมทั้งเข้าร่วมพิธีสร้างสถูป 108 องค์ ณ เมืองเกเลฟู ตามคำเชิญของรัฐบาลภูฏาน ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นเชิงสัญลักษณ์ของการพัฒนาเมืองใหม่เกเลฟู

การเยือนครั้งนี้นับเป็นการเยือนภูฏานอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีไทยในรอบ 8 ปี มีเป้าหมายสำคัญในการผลักดันความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมเพื่อใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย-ภูฏาน ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2570 ควบคู่กับการส่งเสริมให้ภาคเอกชนไทยขยายการค้าและการลงทุนในภูฏาน โดยเฉพาะโอกาสทางเศรษฐกิจจากการพัฒนาเมืองใหม่เกเลฟู เพื่อเปิดตลาดใหม่ให้แก่ผู้ประกอบการไทย เพิ่มโอกาสการเติบโตทางเศรษฐกิจ และสร้างประโยชน์ร่วมกันแก่ทั้งสองประเทศ

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อไปว่า ไทยและภูฏานมีความสัมพันธ์อันใกล้ชิดและแน่นแฟ้นมาอย่างยาวนาน ทั้งในระดับราชวงศ์ รัฐบาล และประชาชน โดยในปีนี้ทั้งสองประเทศครบรอบ 37 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต การเยือนครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการยืนยันความมุ่งมั่นของไทยที่จะกระชับความสัมพันธ์กับภูฏานในทุกมิติ และส่งเสริมความร่วมมือที่ก่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันแก่ประชาชนของทั้งสองประเทศ

ประเด็นที่จะหยิบยกในการหารือ ประกอบด้วย การเตรียมความพร้อมเพื่อใช้ประโยชน์จาก FTA ไทย-ภูฏาน การส่งเสริมโอกาสทางการค้าและการลงทุนของภาคเอกชนไทยในภูฏาน โดยเฉพาะในเมืองเกเลฟู การส่งเสริมความเชื่อมโยงระหว่างประชาชน การสนับสนุนการท่องเที่ยว ความร่วมมือด้านพลังงานสะอาด ตลอดจนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และสังคม เพื่อสนับสนุนการเติบโตและการพัฒนาที่ยั่งยืนของทั้งสองประเทศ โดยจะมีการลงนามและแลกเปลี่ยนความตกลงและเอกสารสำคัญ 3 ฉบับ

สำหรับกำหนดการสำคัญ วันที่ 30 ตุลาคม 2569 ในช่วงเช้า นายกรัฐมนตรีและคณะจะเดินทางออกจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ไปยังท่าอากาศยานนานาชาติพาโร ก่อนเข้าร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ และเดินทางไปยังสำนักนายกรัฐมนตรีภูฏาน (Gyalyong Tshogkhang) เพื่อพบหารือกับนายกรัฐมนตรีภูฏาน และร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามและแลกเปลี่ยนความตกลงและเอกสารสำคัญ เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างสองประเทศให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

จากนั้นช่วงเย็นนายกรัฐมนตรีมีกำหนดพบปะอาสาสมัครไทยในภูฏาน เพื่อรับทราบการดำเนินงานและบทบาทของอาสาสมัครไทยในการสนับสนุนความร่วมมือเพื่อการพัฒนาและเสริมสร้างความสัมพันธ์ระดับประชาชนระหว่างสองประเทศ ก่อนเข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรีและภริยา ซึ่งนายกรัฐมนตรีภูฏานเป็นเจ้าภาพ

ต่อมาวันที่ 31 ตุลาคม 2569 นายกรัฐมนตรีมีกำหนดเยี่ยมชมอนุสรณ์สถานแห่งชาติชอร์เตน สถานที่ประดิษฐานหลวงพ่อสัจจธรรม และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติภูฏาน ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ศาสนา และวัฒนธรรมของภูฏาน โดยการเยี่ยมชมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจในการส่งเสริมความสัมพันธ์ด้านศาสนาและวัฒนธรรมระหว่างสองประเทศ ซึ่งมีพระพุทธศาสนาเป็นรากฐานสำคัญของความสัมพันธ์อันใกล้ชิด ตลอดจนศึกษาแนวทางการอนุรักษ์และส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรมของภูฏาน เพื่อสนับสนุนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และต่อยอดความร่วมมือด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวระหว่างกัน

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 นายกรัฐมนตรีมีกำหนดเดินทางไปยังเมืองเกเลฟู ตามคำเชิญของรัฐบาลภูฏาน เพื่อเข้าร่วมโครงการ 108 (Project 108) ซึ่งเป็นกิจกรรมก่อสร้างสถูปจำนวน 108 องค์ให้แล้วเสร็จภายใน 1 วัน โดยพิธีดังกล่าวถือเป็นจุดเริ่มต้นเชิงสัญลักษณ์ของการพัฒนาเมืองใหม่เกเลฟู ซึ่งภูฏานมุ่งพัฒนาให้เป็นเมืองแห่งอนาคตที่ผสมผสานการพัฒนาเศรษฐกิจเข้ากับหลักการพัฒนาที่ยั่งยืนและอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม การเข้าร่วมพิธีของนายกรัฐมนตรีไทยในครั้งนี้จึงสะท้อนถึงความสัมพันธ์อันใกล้ชิดและการสนับสนุนความร่วมมือระหว่างสองประเทศ พร้อมทั้งเป็นโอกาสในการส่งเสริมความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจและแสวงหาโอกาสด้านการค้าและการลงทุนของภาคเอกชนไทยในเมืองเกเลฟูในอนาคต

โฆษกรัฐบาล ระบุอีกว่า นายกรัฐมนตรีมีกำหนดเข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระราชาธิบดีและสมเด็จพระราชินีแห่งภูฏาน ก่อนเดินทางกลับประเทศไทยในช่วงเย็นภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจ.