วิป 3 ฝ่ายเคาะแล้ว อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล “อนุทิน” 7-11 ธันวาคม 69 เริ่ม 08.00-03.00 น. ฝ่ายค้านได้ 51 ชั่วโมง รัฐบาล 17 ชั่วโมง “ไอติม” พร้อมส่งสัญญาณถึง ครม. หากขยับให้เร็วขึ้นได้ยิ่งดี


วันที่ 28 ตุลาคม 2569 เมื่อเวลา 13.20 น.  ที่รัฐสภา มีการประชุมวิป 3 ฝ่าย มีน.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 เป็นประธานการประชุม พิจารณาวางกรอบเวลาเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 มีนายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  ในฐานะตัวแทนครม. นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล และนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และนายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม เข้าร่วมประชุม โดยที่ประชุมสรุปวันอภิปราย 4 วัน คือวันที่ 7-10 ธ.ค. และนัดลงมติในวันที่ 11 ธ.ค. เวลา 10.00 น.  วางกรอบอภิปราย 72 ชั่วโมง โดย 3 วันแรกใช้เวลาประชุมวันละ 19 ชั่วโมง เริ่มตั้งแต่เวลา 08.00 น. พักการประชุมเวลา 03.00 น. ของอีกวัน ขณะที่วันที่ 4 ของการอภิปรายจะใช้เวลา 15 ชั่วโมง เริ่มเวลา 08.00-23.00 น. แบ่งเวลาเป็นฝ่ายค้าน 51 ชั่วโมง รัฐบาล 17 ชั่วโมง และประธานที่ประชุม 4 ชั่วโมง 


หลังใช้เวลาหารือนาน 1 ชั่วโมง นายกรวีร์ กล่าวว่า ขอบคุณทุกฝ่ายในการประชุมครั้งนี้และ วันนี้เราก็ได้มีข้อสรุปร่วมกันที่เป็นที่พอใจของทุกฝ่าย และทำให้การอภิปรายไม่ไว้วางใจเกิดขึ้นตามความตั้งใจของทุกฝ่ายโดยมีข้อคิดเห็นที่ตรงกันเกือบทั้งหมดเหลือแต่เพียงเรื่องวันเล็กน้อย

  

จากนั้นนายพริษฐ์กล่าวถึงกรอบเวลาก็ว่า เราต้องการให้มีการจัดสรรเวลาที่เพียงพอสำหรับทั้ง 2 ฝ่ายในการทำหน้าที่ ทั้งฝ่ายค้านในการนำเสนอข้อกล่าวหา นำเสนอหลักฐาน และฝ่ายรัฐบาลในการชี้แจงแม้ทาง ครม. จะเสนอช่วงเวลาวันที่ 7–11 ธันวาคม แต่ทางวิปฝ่ายค้านได้ฝากให้ทาง ครม. และสภาช่วยพิจารณาหากสามารถขยับช่วงเวลาให้เร็วขึ้นกว่าเดิมได้อีก ก็จะเป็นผลดีต่อการทำหน้าที่ของทุกฝ่าย เนื่องจากทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่า ยิ่งเร็วที่สุดก็ยิ่งดีต่อการตรวจสอบและการบริหารจัดการเวลา


ซึ่งการอภิปรายครั้งนี้ จะใช้เวลาทั้งหมด 4 + 1 วัน รวมทั้งหมด 72 ชั่วโมง โดยฝ่ายค้านได้รับจัดสรร 51 ชั่วโมง ส่วนฝั่ง ครม. ได้รับจัดสรรเวลาชี้แจง 17 ชั่วโมง และอีก 4 ชั่วโมงก็จะเป็นเวลาของทางฝั่งประธาน  โดยวันที่ 1-3 จะอภิปรายตั้งแต่ 08.00 น. - 03.00 น.  และวันที่ 4 จะอภิปรายตั้งแต่เวลา 8.00 น. - 23.00 น. และลงมติกันในวันที่ 5


ส่วนเรื่องของวันที่จะเป็นช่วงไหน ทุกฝ่ายก็เห็นตรงกันว่ายิ่งเร็วที่สุดก็ยิ่งดี  ขณะเดียวกันก็อยากขอให้ ครม. พิจารณาจัดสรรเวลาที่เร็วกว่านั้น เพราะว่ายิ่งเร็วขึ้นเท่าไหร่ วิปทุกฝ่ายก็เห็นตรงกันว่าน่าจะดีที่สุดต่อการทำหน้าที่ของพวกเราในสภาฯ 

  

เมื่อถามถึงพรรคกล้าธรรมได้สัดส่วนเวลากี่ชั่วโมงนายพริษฐ์กล่าวว่า  จะต้องหารือในรายละเอียดกันอีกครั้ง ว่าได้เวลาสัดส่วนของฝั่งรัฐบาลหรือฝ่าย เพราะการอภิปรายครั้งนี้เรายึดตัวคนอภิปรายเป็นหลักรวมถึงการโหวตไว้วางใจ