“เอกนัฏ” ชี้ “กรณ์” ให้ข้อมูลปริมาณใช้น้ำมันไม่ถูกต้อง ย้ำแก้โครงสร้างราคา-ตัดต้นทุนแฝง-ดึงกำไรส่วนเกินต่อเนื่อง แจงลดภาษี B20-E20 ลดภาระผู้ใช้ หนุนเกษตรกรผู้ผลิตวัตถุดิบเชื้อเพลิงชีวภาพ
วันที่ 28 ตุลาคม 2569 สืบเนื่องจากกรณีที่ นายกรณ์ จาติกวณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาแถลงคัดค้านมาตรการลดภาษีน้ำมันที่มีส่วนผสมของเชื้อเพลิงชีวภาพ B20 และ E20 โดยให้เหตุผลว่ามีปริมาณการใช้น้ำมันทั้ง 2 ประเภทไม่มากนัก จึงอาจไม่ช่วยลดภาระประชาชนได้อย่างทั่วถึง พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะการกำหนดราคาน้ำมันสำเร็จรูปที่อ้างอิงตลาดสิงคโปร์ และประเด็นค่าการกลั่นที่ปรับตัวสูงขึ้น
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้เข้าไปโพสต์ตอบ นายกรณ์ ในเฟซบุ๊ก โดยระบุว่า ข้อมูลปริมาณการใช้น้ำมันเฉลี่ยในเดือนตุลาคมที่นำเสนอไม่ถูกต้อง พร้อมแจกแจงตัวเลข ว่า ดีเซล B7 มีปริมาณการใช้ 52 ล้านลิตรต่อวัน ไม่ใช่ 67 ล้านลิตร ขณะที่ B20 ใช้ 6 ล้านลิตรต่อวัน ไม่ใช่ 3 ล้านลิตร ส่วนแก๊สโซฮอล์ 95 และ 91 E10 รวมกันอยู่ที่ 23 ล้านลิตรต่อวัน และแก๊สโซฮอล์ 95 E20 อยู่ที่ 6 ล้านลิตรต่อวัน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ระบุต่อไปว่า ปริมาณการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพยังสามารถเพิ่มขึ้นได้อีก เนื่องจากรถยนต์จำนวนมากสามารถใช้เชื้อเพลิงทดแทนกันได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มการใช้ผลผลิตทางการเกษตรของไทย ทั้งปาล์มน้ำมัน อ้อย และมันสำปะหลัง พร้อมลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศ
ส่วนข้อเรียกร้องให้ปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน นายเอกนัฏ ยืนยันว่าได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการตรวจสอบต้นทุนราคาน้ำมันดิบ ค่าขนส่ง ค่าประกันภัย และค่าใช้จ่ายอื่นๆ เพื่อนำมาคำนวณส่วนเกินจากค่าการกลั่นเฉลี่ยในภาวะปกติที่ 2.42 บาทต่อลิตร ก่อนนำส่วนเกินมาลดราคาหน้าโรงกลั่นเป็นระยะ ตั้งแต่ 2-5 บาทต่อลิตร โดยครั้งล่าสุดลดลง 4 บาทต่อลิตร รวมมูลค่ามาตรการประมาณ 30,000 ล้านบาท เพื่อช่วยตรึงราคาดีเซลไม่ให้ปรับสูงขึ้นตามตลาดโลกมากเกินไป
นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานยังเดินหน้าแก้ไขปัญหาต้นทุนแฝงในโครงสร้างราคาน้ำมัน ทั้งค่าขนส่ง ค่าประกันภัย ค่าสูญเสีย และรายการสำรองที่เรียกว่า “สำรองทิพย์” โดยนายเอกนัฏ เผยว่า ได้ดำเนินการผ่านกลไกคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) และจัดทำหลักเกณฑ์ผ่านการตรวจสอบของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว พร้อมเตรียมลงนามคำสั่งปรับรายการดังกล่าวออกจากโครงสร้างราคา ซึ่งคาดว่าจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า 10,000 ล้านบาทต่อปี
นายเอกนัฏ ยังย้ำด้วยว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับประชาชน ขณะที่มาตรการลดภาษี B20 และ E20 เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ช่วยลดภาระผู้ใช้พลังงานและสนับสนุนเกษตรกรผู้ผลิตวัตถุดิบเชื้อเพลิงชีวภาพ โดยประเด็นภาษีสรรพสามิตยังเป็นส่วนที่กระทรวงการคลังพิจารณาดำเนินการร่วมด้วย


