“ปกรณ์” นัดถกมาตรการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด 29 ต.ค. คาดได้ไม่เกิน 15 เท่า ตั้งเป้าเริ่มใช้ปี 2570 ชี้ร่าง พ.ร.บ.รับเงินอุดหนุนภาษีบาป แม้เสนอโดยพรรคการเมือง แต่นายกฯ ต้องเห็นชอบ
เมื่อเวลา 09.10 น. วันที่ 27 ตุลาคม 2569 นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยที่ทำเนียบรัฐบาล ถึงการคืบหน้าการดำเนินมาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนดของข้าราชการพลเรือนสามัญ หรือ Early Retirement ว่า จะมีการประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในวันที่ 29 ตุลาคม ก่อนที่จะเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่ยังไม่ใช่การประชุม ครม.นัดถัดไป
ส่วนแนวโน้มจะมีการจ่ายชดเชยให้กี่เท่า นายปกรณ์ กล่าวว่า น่าจะไม่เกิน 15 เท่า ส่วนเกณฑ์อายุนั้นจะเป็น 50 ปีขึ้นไป แต่ถ้ามีคนออกน้อยก็จะปรับลดมาอยู่ในช่วงอายุ 40 ปี โดยต้องการให้มาตรการดังกล่าวบังคับใช้ในช่วงปี 2570
จากนั้น นายปกรณ์ กล่าวถึงกรณีร่างแก้ไข พ.ร.บ. 4 ฉบับ ที่ได้รับเงินอุดหนุนจากภาษีบาป ว่า เป็นร่างกฎหมายที่เสนอโดย นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นร่างกฎหมายของพรรคภูมิใจไทย ส่วนรัฐบาลจะทำร่างประกบหรือไม่ขณะนี้ยังไม่มี ทางด้านคำถามถึงกลุ่มผู้ชุมนุมที่มาคัดค้านร่าง พ.ร.บ.ทั้ง 4 ฉบับ ที่จะเดินทางมาชุมนุมบริเวณด้านหน้าทำเนียบรัฐบาล ได้นัดหมายกับตัวแทนรัฐบาลแล้วหรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวติดตลกว่า “ต้องนัดหมายกับนายศุภชัย” พร้อมยืนยันว่าที่เสนอเป็นร่างของพรรคภูมิใจไทย โดยนายศุภชัย
ผู้สื่อข่าวถามต่อ หากร่าง พ.ร.บ.นี้เข้าสู่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ไม่จำเป็นต้องผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุม ครม. ใช่หรือไม่ เนื่องจากเป็นร่างที่เสนอโดยพรรคการเมือง นายปกรณ์ ตอบว่า 4 ร่าง พ.ร.บ.นี้เป็นร่างกฎหมายการเงิน จึงต้องได้รับความเห็นชอบจากนายกรัฐมนตรี ซึ่งต้องส่งมาให้นายกรัฐมนตรีเซ็นรับรอง โดยยังไม่ทราบว่าส่งมาแล้วหรือยัง และเข้าใจว่ากระบวนการอยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็น ถ้าเสร็จแล้วสภาฯ คงจะส่งมาให้นายกรัฐมนตรีพิจารณารับรอง ส่วนจะให้ความเห็นชอบหรือไม่ ขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรี
อย่างไรก็ตาม เมื่อถามว่าในฐานะที่เป็นนักกฎหมายมีข้อเสนอแนะอะไรหรือไม่ เนื่องจากร่าง พ.ร.บ.ทั้ง 4 ฉบับนี้ ถูกกระแสสังคมวิพากษ์วิจารณ์และกดดันและจะขยายเป็นความขัดแย้ง เพราะเกี่ยวข้องกับบุคลากรทางการแพทย์ด้วย นายปกรณ์ ระบุว่า “เอาว่าเป็นเรื่องกฎหมายดีกว่า อย่ามองเป็นเรื่องกระแสสังคม ก็ว่ากันไปตามหลัก ดีเบตกันได้ เป็นเรื่องปกติ”


