“ช่อ” ขออย่าโยงแอดมินเพจ “Godd dam” กับพรรคส้ม ลั่นแม้เป็นอดีตสมาชิก “ก้าวไกล” ก็ใช่ว่าจะตรวจสอบภูมิหลังได้ทุกคน รับสุดทึ่ง 12 ชั่วโมง ตำรวจรู้ตัว เปรียบคดีของประชาชนปีกว่ายังไม่คืบ
วันที่ 26 ต.ค.2569 นางสาวพรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า กล่าวถึงกระบวนการยุติธรรมและการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังเกิดกรณีการดำเนินคดีกับเจ้าของเพจเฟซบุ๊ก “Godd dam” ซึ่งเป็นอดีตสมาชิกพรรคก้าวไกลโดยตำรวจใช้เวลาสืบหาตัวตนและติดตามจับกุมอย่างรวดเร็วเพียง 12 ชั่วโมง หลังมีการโพสต์ข้อความที่ถูกมองว่าให้ร้าย นายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่า คนที่จะสมัครเป็นสมาชิกสามารถสมัครได้เพียงแค่มีบัตรประชาชนใบเดียวและค่าสมัคร แต่พรรคไม่ได้เข้าไปตรวจสอบลงลึกถึงว่าบุคคลนั้นมีนิสัยใจคออย่างไรและการดำเนินการของพรรคก้าวไกลหรือพรรคการเมืองใด ๆ ก็ไม่สามารถไปตรวจสอบแม้กระทั่งการโพสต์ข้อความหรือความเห็นใด ๆ ในโซเชียลและจะตัดสินว่าบุคคลนั้นสามารถสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคการเมืองได้หรือไม่
นางสาวพรรณิการ์ ยังกล่าวถึงคดีที่ตนเองได้ไปแจ้งความให้ดำเนินคดีตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ ตนได้ไปแจ้งความร้องเรียนเรื่องบัญชีที่กระทำความผิดไว้ แต่จนถึงปัจจุบันเกือบ 1 ปีเต็ม เรื่องก็ยังติดอยู่ที่ขั้นตอนตำรวจในการสืบทราบตัวตนจริงว่าบัญชีเหล่านั้นเป็นใคร
และยังมีกรณีที่ไปร้องเรียนเรื่องที่มีการแอบอ้างทำข้าวกล่อง 904 นำไปใช้แจกของช่วงเหตุการณ์น้ำท่วมเมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา ตำรวจเพิ่งติดต่อกลับมาแจ้งว่า อยู่ระหว่างการประสานงานกับ ตำรวจไซเบอร์ เพื่อสืบทราบตัวตนผู้กระทำผิด ซึ่งใช้เวลาเกือบเดือนแล้วแต่เรื่องก็ยังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ
“แต่พอเป็นกรณีนี้ ใช้เวลาเพียงประมาณ 12 ชั่วโมง สามารถสืบทราบและติดตามจับกุมได้ ทั้งที่เนื้อหาของเรื่องไม่ได้เป็นการสร้างความเสียหายต่อตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในมิติความมั่นคงของชาติ แต่เป็นการเสียหายต่อตัวคุณอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะหัวหน้าพรรคและนักการเมืองเท่านั้น” นางสาวพรรณิการ์ กล่าวและว่า
กฎหมายต้องถูกบังคับใช้อย่างเสมอภาคกัน ไม่ใช่ว่าเกียรติยศศักดิ์ศรีของประชาชนหรือพรรคการเมืองทั่วไปจะถูกให้ร้ายอย่างไรก็ได้ แต่พอเป็นผู้มีอำนาจ ตำรวจกลับดำเนินการอย่างเต็มที่ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ทั้งที่ฝ่ายตนได้ยื่นข้อมูล ชื่อ-นามสกุลหลัก ให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบเพิ่มเติมแล้ว แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้าเกิดขึ้น
ซัดกลับยุทธวิธีโยง “พรรคสีส้ม”
เมื่อถูกถามถึงกรณีที่มีความพยายามเชื่อมโยงเรื่องนี้กับ “พรรคสีส้ม” ว่าเป็นการสร้างความแตกแยกทางการเมืองหรือไม่ นางสาวพรรณิการ์ มองว่า เมื่อโจทย์ออกมาว่าเจ้าของเพจเป็นอดีตสมาชิกพรรคก้าวไกล จึงมีความพยายามดึงเรื่องเข้าสู่ประเด็นการเมืองทันที
นางสาวพรรณิการ์ อธิบายเพิ่มเติมว่า ช่วงนี้เป็นช่วงใกล้ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งปกติประตูรับเรื่องร้องเรียนของพรรคฝ่ายค้านจะเปิดกว้างกว่าปกติ ข้าราชการน้ำดี เอกชนที่เสียประโยชน์จากการฮั้วประมูล หรือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการเล่นเส้นเล่นสายและการใช้อำนาจในทางมิชอบ ต่างส่งข้อมูลเบาะแสเข้ามา พรรคฝ่ายค้านมีหน้าที่รับเรื่องและนำไปตรวจสอบกลั่นกรองข้อเท็จจริง หากหลับหูหลับตาไม่รับฟัง ก็คงไม่ใช่พรรคฝ่ายค้าน แต่คงเป็น “พรรคฝ่ายคอย” ที่เชื่อว่ารัฐบาลเป็นคนดีตลอดเวลา
สำหรับเพจ “Godd dam” นั้น ตนตั้งข้อสังเกตว่าเป็นเพจที่แสดงความคิดเห็นและวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลมาโดยตลอดอย่างมีจุดยืน ไม่ใช่เพจปั้นข่าวปลอม (Fake News) เพื่อหิวแสงหรือเรียกเรตติ้งอย่างที่ถูกกล่าวหา หากเพจมีการลงข้อมูลผิดพลาดจนเกิดความเสียหาย ผู้เสียหายก็มีสิทธิ์ดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่การจะเหมาว่าเป็นการจงใจกลั่นแกล้งทางการเมืองคงไม่ถูกต้อง
สวน ภท. ด่าประชาชน ไม่เจริญ
ส่วนกรณีที่ สส. พรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นโพสต์รูปพื้นหลังสีส้ม ด่าทอเจ้าของเพจด้วยถ้อยคำรุนแรงว่า “โง่ ห่วย เลว” นั้น นางสาวพรรณิการ์ กล่าวทิ้งท้ายอย่างดุเดือดว่า
“นักการเมืองด่าประชาชน ไม่เจริญหรอกค่ะ ประชาชนจะด่านักการเมืองอย่างพวกเราอย่างไรก็ได้ แต่ถ้าเท็จจนเกิดความเสียหายก็ไปฟ้องร้องเอาเป็นคดีๆ ไป แต่นักการเมืองที่ออกมาด่าประชาชนเสียๆ หายๆ คิดว่าขาดจิตสำนึกของการเป็นนักการเมืองในระบอบประชาธิปไตย”


