“อนุทิน” สั่งทำแผนเผชิญเหตุรับมือ PM 2.5 เร่งทำความเข้าใจเกษตรกรแก้ปัญหาเผา ย้ำแก้ปัญหายาเสพติด หลังยื่น 2 พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มโทษ พร้อมชื่นชมผู้ว่าฯ-หน่วยงานไม่ประนีประนอมกระบวนการค้ายา


วันที่ 26 ตุลาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ณ ห้องประชุมราชสีห์ กระทรวงมหาดไทย โดยช่วงหนึ่งกล่าวถึงปัญหาฝุ่นมลพิษ ว่า ตอนนี้เข้าสู่ปลายปีแล้ว ปริมาณฝนในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และกรุงเทพมหานคร เริ่มลดลง แต่จะตามมาด้วยปัญหามลพิษฝุ่น PM 2.5 และการเผาพืชผลทางการเกษตร ดังนั้น ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด 

ส่วนที่บอกว่ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน ก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องไปดำเนินการ แต่ในส่วนของการควบคุมในประเทศเราเอง ขอให้ทางจังหวัดเร่งดำเนินการสร้างความเข้าใจให้กับประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกรชาวไร่ว่าการเผาจะต้องเตรียมการอย่างไร ทำได้ในช่วงเวลาไหน และมากน้อยเพียงใดในแต่ละจังหวัด เพราะมีโครงสร้างที่ไม่เหมือนกัน จึงขอให้ดำเนินการตามแผนอย่างเต็มที่ อย่าให้มีการเผา หรือเมื่อใช้ภาพถ่ายดาวเทียมถ่ายลงมาแล้วเห็นแต่กลุ่มควันในพื้นที่ตอนบนของประเทศไทย ขณะเดียวกัน ขอให้อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัด ทำแผนและวางแผนเผชิญเหตุให้มีมาตรฐานเดียวกันด้วย

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวมอบนโยบายด้านยาเสพติด ว่า ขอให้ความสำคัญการสกัดกั้นแหล่งลำเลียงและลักลอบการผลิตยาเสพติดเข้าประเทศ โฟกัสจากต้นทางไม่ให้น้อยกว่าปลายทาง หากไม่แก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุก็จะไม่สามารถแก้ไขอะไรได้มาก ทำให้คุณภาพชีวิตของคนในชุมชนลดลง โดยขณะนี้ได้มีการยื่นร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายยาเสพติด และร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมวิธีพิจารณาคดียาเสพติดฉบับที่ พ.ศ. …. เพื่อเพิ่มโทษ เป็นข้อกล่าวหาว่าถ้าเป็นผู้ที่ถือครองยาเสพติดแล้ว ก็จะโดนสันนิษฐานว่าเป็นทั้งผู้เสพและผู้จำหน่าย เพราะฉะนั้นจะมีโทษที่เพิ่มมากขึ้น และเมื่อกฎหมายฉบับใหม่ออกมาแล้ว ก็จะเพิ่มอำนาจให้กับเจ้าหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามกระบวนการการค้ายาเสพติดให้มีประสิทธิภาพ 

ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรี ยังขอชื่นชมผู้ว่าราชการจังหวัด ตลอดจนเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ และมีการสกัดกั้นยาเสพติดรายใหญ่ อย่างในพื้นที่ อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี พร้อมขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ได้มีความจริงจังร่วมมือกับฝ่ายตำรวจ ทหาร ฝ่ายความมั่นคง ในแต่ละพื้นที่ ไม่ประนีประนอมกับกระบวนการค้ายาเสพติด.