รมว.แรงงาน ตอบกระทู้ สว. ปักหมุด 2–3 ปี ดันไทยลงสัตยาบัน ILO 87 และ 98 ยันกฤษฎีกาไม่ขวาง เร่งยกร่างกฎหมายประกบพร้อมชงสภา


วันที่ 26 ต.ค. 2569 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ตอบกระทู้ถามของ นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา  ถึงความคืบหน้าและรายละเอียดของกระบวนการให้สัตยาบันอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ฉบับที่ 87 ว่าด้วยเสรีภาพในการสมาคม และฉบับที่ 98 ว่าด้วยสิทธิในการรวมตัวและการเจรจาต่อรองร่วม โดยตั้งเป้าหมายผลักดันให้สำเร็จภายในกรอบเวลา 2–3 ปี เพื่อยกระดับมาตรฐานสิทธิแรงงานและสร้างการยอมรับในเวทีโลก


นายจุลพันธ์ ระบุว่า ประเด็นอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 87 และ 98 มีการเรียกร้องจากขบวนการแรงงานมายาวนานกว่า 30 ปี ซึ่งปัจจุบันไทยเป็นหนึ่งในประเทศร่วมก่อตั้ง ILO และได้รับรองอนุสัญญาหลัก (Core Conventions) ไปแล้ว 8 ฉบับ ขาดเพียง 2 ฉบับนี้เท่านั้น ที่ผ่านมา สาเหตุที่มีความล่าช้าเนื่องจากไทยมีบริบทเป็นทั้ง ประเทศผู้รับ และ ประเทศผู้ส่ง แรงงาน แตกต่างจากประเทศผู้ส่งเพียงอย่างเดียวที่มักไม่มีข้อติดขัด ทำให้ฝ่ายความมั่นคงของไทยมีความกังวลในเรื่องการรวมตัวและการจัดตั้งสหภาพแรงงาน ส่งผลให้รัฐบาลในอดีตต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ อย่างไรก็ดี ยืนยันว่ากระทรวงแรงงานไม่ได้ติดขัด และได้ตั้งคณะทำงานภายในภาครัฐขึ้นมารองรับ เพื่อบูรณาการและสร้างความเข้าใจร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน


นอกจากนี้ นายจุลพันธ์ ยังชี้ให้เห็นความสำคัญของการเข้าสู่สัตยาบันทั้งสองฉบับ ว่ามีความจำเป็นต่อการเจรจาระดับนานาชาติ ทั้งการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) และการเจรจาทางการค้ากับประเทศต่าง ๆ รวมถึงสหรัฐอเมริกา ซึ่งต่างมีข้อเสนอให้ไทยยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองแรงงานตามหลักการของอนุสัญญา 87 และ 98


นายจุลพันธ์ย้ำว่า ที่ผ่านมาได้หารือกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีแล้ว โดยเห็นตรงกันว่าแม้มีข้อควรระวัง แต่เรื่องนี้มีประโยชน์ในภาพรวมมากกว่า ทั้งการยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศในเวทีสากล และช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกนำประเด็นแรงงานมาเป็นข้ออ้างเพื่อตั้งกำแพงภาษีหรือกีดกันทางการค้า (Trade Barrier)


สำหรับข้อสังเกตจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาในอดีต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ชี้แจงว่า กฤษฎีกาไม่ได้ขัดข้องต่อตัวอนุสัญญา แต่มีข้อท้วงติงเชิงกระบวนการว่า การขอความเห็นชอบต่อรัฐสภาตามมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญ ควรดำเนินการควบคู่ไปกับการเสนอร่างกฎหมายเข้าสู่สภาพิจารณาในคราวเดียวกัน ไม่ใช่ขอให้รับรองอนุสัญญาก่อนโดยที่ยังไม่มีกฎหมายภายในรองรับ ซึ่งขณะนี้กระทรวงแรงงานได้เตรียมยกร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องไว้พร้อมแล้ว หากกระบวนการพูดคุยภายในและทิศทางสังคมตกผลึกแล้ว ก็พร้อมส่งเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และรัฐสภาทันที


ในส่วนของข้อกังวลด้านความมั่นคง ได้มีการออกแบบบทบัญญัติทางกฎหมายอย่างรัดกุม เพื่อคุ้มครองสิทธิในการรวมกลุ่มจัดตั้งสหภาพแรงงานอย่างแท้จริง พร้อมกับมีกลไกป้องกันไม่ให้กระบวนการทางแรงงานถูกนำไปใช้เคลื่อนไหวในมิติทางการเมืองอันจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ