“อัครนันท์” เสริมแกร่งศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ ระดม 4 ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการศึกษา–สุขภาพจิต–อาชญาวิทยา นั่งกรรมการพิทักษ์สิทธิฯ ยกระดับกลไกคุ้มครองสิทธิและความปลอดภัยในสถานศึกษา
วันที่ 26 ต.ค.2569 นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และประธานศูนย์พิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพิทักษ์สิทธิฯ เพื่อพิจารณาแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการพิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัย กระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 4 คน โดยมุ่งระดมบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์จากหลากหลายสาขา เข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้กลไกการทำงานของศูนย์ ทั้งด้านการศึกษา สุขภาพจิต การพัฒนาเด็กและเยาวชน ตลอดจนการวิเคราะห์พฤติกรรมมนุษย์ เพื่อยกระดับการคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัยในสถานศึกษาอย่างรอบด้าน
สำหรับบุคคลที่ได้รับการพิจารณาแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง 4 คน ประกอบด้วย
-นางสาวลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผู้มีประสบการณ์ด้านการเมืองและนโยบายการศึกษา
-คุณปารมี ไวจงเจริญ ผู้มีบทบาทด้านการปฏิรูปการศึกษาและการขับเคลื่อนประเด็นทางการศึกษา
-นายแพทย์ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ จิตแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต ผู้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนงานสุขภาพจิต การพัฒนาเด็กและเยาวชน รวมถึงการนำหลักสูตรสติมาประยุกต์ใช้ในองค์กรและระบบการศึกษา
- คุณตฤณห์ โพธิ์รักษา นักอาชญาวิทยาเชิงจิตวิทยา นักวิชาการ และอาจารย์ประจำภาควิชาสังคมศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมอาชญากรและการอ่านภาษากาย
นายอัครนันท์ กล่าวว่า การแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง 4 คนในครั้งนี้ ต้องการดึงผู้ที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขาเข้ามาร่วมเสริมการทำงานของศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ เพื่อให้การคุ้มครองสิทธิและความปลอดภัยในสถานศึกษามีความครอบคลุม ทั้งด้านการป้องกันปัญหา การช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ และการดูแลเด็กและเยาวชนอย่างรอบด้าน
“ผมอยากให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิทุกท่านเข้ามาช่วยเติมเต็มการทำงานของศูนย์ ด้วยความรู้และประสบการณ์ที่แต่ละท่านมี เพื่อให้เรามองปัญหาได้อย่างรอบด้าน ไม่ใช่เพียงการเข้าไปช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุขึ้นแล้ว แต่ต้องให้ความสำคัญกับการป้องกันและการสร้างระบบดูแลที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการคุ้มครองเด็กและเยาวชน ให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่เด็กสามารถเรียนรู้และเติบโตได้อย่างมั่นใจ หากเกิดปัญหาขึ้น ต้องมีกลไกที่พร้อมรับเรื่อง ประสานความช่วยเหลือ และดูแลผู้ได้รับผลกระทบอย่างเหมาะสม”นายอัครนันท์ กล่าว
ทั้งนี้ การดึงผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขาเข้ามาร่วมทำงาน เป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ ให้เป็นกลไกที่พร้อมรับมือกับปัญหาได้อย่างรอบด้าน ไม่เพียงมุ่งแก้ไขเมื่อเกิดเหตุ แต่ยังให้ความสำคัญกับการป้องกันและลดความเสี่ยง เพื่อให้เด็กและเยาวชนสามารถเรียนรู้ เติบโต และใช้ชีวิตในสถานศึกษาได้อย่างปลอดภัย โดยมีระบบคุ้มครองสิทธิและการช่วยเหลือที่พึ่งพาได้เมื่อเกิดปัญหา


