ประธานอนุกลั่นกรองนิรโทษกรรมเผยชงกรณี“ทักษิณ”ขอล้างมลทินคดีการเมือง เข้าวงคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขฯนัดหน้า ขออย่ามองแค่ชื่ออดีตนายกฯ ให้มองคืนความเป็นธรรมทุกฝ่าย
เมื่อเวลา 12.42 น.วันที่ 26 ต.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานอนุกรรมการกลั่นกรอง ในคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยื่นขอนิรโทษกรรมล้างมลทินคดีการเมือง ตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ.2569 ว่า กรณีของอดีตนายกฯทักษิณ ตนเห็นแต่เพียงข่าวที่มีการยื่นขอทางคณะกรรมการชุดใหญ่ ซึ่งหากเรื่องมาถึงคณะอนุกรรมการกลั่นกรองที่มีตนเป็นประธาน เมื่อไหร่ ก็จะมีการพิจารณาไม่มีอะไรซับซ้อน พร้อมยืนยันว่าขณะนี้เรื่องยังมาไม่ถึง และทันทีที่เรื่องมาถึง ก็จะมีการเรียกประชุมคณะอนุกรรมการทุกเรื่อง แต่ขณะนี้อยู่ในการรวบรวมเพื่อเตรียมพิจารณา
นายปิยะศิริ กล่าวว่า หากไม่ผิดพลาดอะไรก็จะมีการประชุมชุดใหญ่ที่ปกติเดือนละครั้ง ซึ่งหากจะมีการคุยให้ชัดเจนว่าจะวางกรอบกันเช่นไร แต่โดยหลักจะเป็นการนิรโทษกรรมเรื่องชุมนุม หรือทำอะไรกับรัฐเขาก็จะนิรโทษ หรือภาษาไทยเขาเรียกว่าอโหสิ แต่ท้ายที่สุดคนที่ตีความคือคณะกรรมการชุดใหญ่ พร้อมยืนยันว่าไม่มีอะไรตัดทิ้งเลย ซึ่งเราให้ความสำคัญกับทุกคนทั้งผู้ที่อยู่ในเรือนจำหรือเยาวชน ไม่ใช่เพียงแต่อดีตนายกฯ
เมื่อถามว่า ถ้าผ่านอนุกรรมการกลั่นกรองแล้ว จะต้องผ่านชุดใหญ่ใช่หรือไม่ ปลัดยุติธรรม กล่าวว่า ตามชื่อคณะกรรมการกลั่นกรองชัดเจนอยู่แล้ว ว่าจะต้องกลั่นกรองชุดใหญ่ในขั้นตอนสุดท้ายอยู่แล้ว เรื่องนี้รอไม่ได้ และนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯในฐานะประธานคณะกรรมการ สั่งการแล้วว่าต้องทำให้เร็วและต้องตรงตามที่กฎหมายกำหนด ก่อนยอมรับว่านักวิชาการหลายคนก็มองกันคนละมุม แต่ถึงอย่างไรอนุกรรมการก็จะสรุปคำชี้แจงและความเห็นต่างๆ ก่อนเสนอคณะกรรมการชุดใหญ่
เมื่อถามว่า กรณีของนายทักษิณ มีกี่คดีปลัดยุติธรรม กล่าวว่า ตนไม่ทราบ เพราะว่าไม่ได้มีการลงรายละเอียด ตอนนี้ในส่วนของกระทรวงยุติธรรมได้ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน รวมถึงกรมราชทัณฑ์ ซึ่งต้องมาสรุปว่ามีเท่าไหร่ และมีใครเป็นคดีอยู่บ้าง โดย 80% ถูกส่งไปอยู่ชั้นอัยการ จึงต้องมีการประสานกันว่าถึงไหนอย่างไร โดยขณะนี้ในส่วนของดีเอสไอ มี 2 คดี
เมื่อถามว่า พอเป็นชื่อนายทักษิณ อนุกรรมการมีความกดดันหรือไม่ นายปิยะศิริ กล่าวว่า ไม่ อย่าไปคิดว่าใครชื่ออะไร แต่คิดว่าทุกคนเป็นคนไทยที่ต้องช่วยพิจารณาให้ความเป็นธรรมดีกว่า
เมื่อถามว่า เมื่อเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ชุดใหญ่ ถือเป็นที่สิ้นสุดหรือไม่ นายปิยะศิริ กล่าวว่า ตามกฎหมายให้อำนาจคณะกรรมการชุดนี้ ซึ่งตนคิดว่าความเห็นตรงนี้น่าจะจบได้ ยกเว้นว่าผู้ที่ยื่นมาจะรู้สึกไม่พอใจซึ่งก็มีช่องทางอุทธรณ์ สำหรับจำนวนผู้เกี่ยวข้องคดีทางการเมืองมีจำนวนมาก เบื้องต้นเห็นตัวเลขกลมๆ ของแต่ละหน่วย อาทิ ในส่วนของกระทรวงยุติธรรม อัยการ ตำรวจ โดยข้อมูลทั้งหมดจะมาชนในคณะกรรมการชุดใหญ่ พร้อมยืนยันว่าหากเรื่องมาถึงกระทรวงยุติธรรมก็จะเร่งพิจารณาเข้าขั้นตอนทั้งหมด “เราเข้าใจหัวอกคน อยากให้มันผ่านพ้นไป”


