“สาทิตย์” สส.ประชาธิปัตย์ รับ ลดเวลาซักฟอกกระทบแผนฝ่ายค้าน ซัด “อนุทิน” นี่ไม่ใช่พิธีกรรม ตะเพิดไปทำในภูมิใจไทย งง “กล้าธรรม” ขอแจมด้วย จะอภิปรายในฐานะอะไร


วันที่ 25 ตุลาคม 2569 นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการหารือถึงการจัดสรรเวลาในการอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ตามมาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ว่า เบื้องต้น นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร บอกว่าถ้าลดลงเหลือ 4 วัน จะมีเวลาอภิปรายราว 48-50 ชั่วโมง พรรคร่วมฝ่ายค้านเราโอเค โดยพรรคร่วมฝ่ายค้านก็จะมีการหารือกันของพรรคร่วมฝ่ายค้านในเวลา 13.00 น. วันที่ 28 ตุลาคมนี้ เพื่อกำหนดแบ่งเวลาในการอภิปราย 

นายสาทิตย์ ระบุต่อ เรายืนยันว่าเรายังคงการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีทั้ง 18 คน ที่ยื่นไปแล้ว ไม่มีถอย และไม่ถอน ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค แถลงไปแล้วว่าเราจะอภิปรายรัฐมนตรีราว 5 คน เตรียมผู้อภิปรายไว้ราว 8-9 คน เดิมทีพรรคขอเวลาไว้รวม 10 ชั่วโมง ถ้าต้องลดเวลาจาก 60 ชั่วโมง ลงเหลือ 50 ชั่วโมง เราก็ต้องมาแบ่งเวลากันใหม่ ซึ่งต้องยอมรับว่าการลดเวลาอภิปรายลงมันกระทบแผนงานการอภิปรายของฝ่ายค้าน ซึ่งรัฐบาลเขาไม่คิด เขาคิดแต่ในมุมของเขาว่าให้เราไปลดเวลากันเอง แต่คนที่เตรียมข้อมูลแล้วการจะไปลดเวลาพูดลง มันไม่ใช่เรื่องง่าย  

“ถ้าต้องลดเวลาพูดลงอีก เราจะมีกระบวนการตรวจสอบไว้ทำอะไร มันไม่ใช่พิธีกรรม ยิ่งที่นายกฯ พูดว่าเดี๋ยวเขาจะไปลดเวลาชี้แจงก็ได้ No เลย ผมต้องการคำชี้แจงของคุณ อันนี้ไม่ใช่พิธีกรรม พิธีกรรมก็ไปทำในพรรคภูมิใจไทยโน่น อันนี้มันสภาผู้แทนราษฎร”

เมื่อถามถึงกรณีพรรคกล้าธรรม (กธ.) ที่ออกมายืนยันว่า ตัวเองยังเป็นฝ่ายค้าน และต้องได้เวลาในการแสดงความเห็นในสภาฯ โดยที่เนื้อหาจะออกมาทางไหนนั้น ไม่มีใครมาบังคับได้ เรื่องนี้ต้องคุยและจัดสรรเวลากันอย่างไร นายสาทิตย์ กล่าวว่า เดิมพรรคร่วมฝ่ายค้านที่คุยกันไม่ได้มีการจัดสรรเวลาให้พรรคกล้าธรรมไว้  ด้วยเหตุที่ว่า พรรคกล้าธรรมไม่ได้ร่วมลงชื่อในญัตติขอเปิดอภิปราย แต่บังเอิญในวันที่ประชุมกรรมการประสานงานร่วม 3 ฝ่าย (วิป 3 ฝ่าย) พรรคกล้าธรรมบอกว่าจะขอเวลา 2 ชั่วโมงด้วย ซึ่งตอนนั้นสมมติฐานยังอยู่ที่ 60 ชั่วโมง ทุกคนก็งง เพราะยังตกลงเวลากันไม่ได้ 

อย่างไรก็ตาม ตนได้สอบถามทางเจ้าหน้าที่ว่าถ้าพรรคกล้าธรรมจะอภิปรายนั้นในฐานะอะไร ตามข้อบังคับจะเปิดให้อภิปรายได้หรือไม่ เจ้าหน้าที่ก็ระบุว่า อภิปรายได้ แต่ต้องเป็นการสนับสนุนญัตติ คือต้องอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ต้องไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี ใครก็ได้ใน 18 คนนี้ แต่หากจะเป็นไปในทางที่จะสนับสนุนรัฐบาล ทำไม่ได้ เพราะจะขัดกับญัตติ 

“กล้าธรรมก็ต้องไปหารือในกรรมการพรรคประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน ซึ่งผมก็สงสัยอยู่ว่าเขาจะอภิปรายในฐานะอะไรก่อน ทุกอย่างมันเป็นไปตามข้อบังคับ อันนี้ไม่ใช่ญัตติน้ำมัน ไม่ใช่ญัตติ 3 จังหวัด ไม่ใช่ญัตติพืชผล ไม่ใช่ญัตติพืชน้ำท่วมที่ใครก็อภิปรายได้ แต่มันเป็นเรื่องอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ถ้าคุณจะมาร่วมอภิปราย คุณก็ต้องไม่ไว้วางใจรัฐบาล ไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี 18 คนเท่านั้น ไปทางอื่นไม่ได้อยู่แล้ว ดังนั้น ส่วนตัวคิดว่าในส่วนของพรรคกล้าธรรมนั้นคงต้องคุยกันใหม่ ในที่ประชุมของกรรมการร่วมว่า เวลาส่วนนั้นจะกันมาจากที่ไหน”