“ศุภจี” เผย กระทรวงพาณิชย์เกาะติดความไม่สงบยุโรป ประเมินความเสี่ยงการค้า-ส่งออกไทย เตรียมพร้อมรับมือ ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิดให้ข้อมูล-คำแนะนำผู้ประกอบการ
วันที่ 25 ตุลาคม 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ติดตามสถานการณ์การชุมนุมและความไม่สงบในยุโรปอย่างใกล้ชิด โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) และสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) เร่งประเมินความเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อการค้าและการส่งออกไทย พร้อมติดตามสถานการณ์เพื่อให้ข้อมูลและคำแนะนำแก่ผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการประเมินสถานการณ์ล่วงหน้าและเตรียมแนวทางรับมือให้สอดคล้องกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนธุรกิจและปรับตัวได้อย่างทันท่วงที
รายงานสถานการณ์ล่าสุด ระบุว่า มีการชุมนุมใน 6 ประเทศ ได้แก่ ฝรั่งเศส อิตาลี โปรตุเกส แอลเบเนีย สเปน และเบลเยียม โดยมีประเด็นเรียกร้องแตกต่างกัน ทั้งค่าครองชีพ ค่าจ้าง และปัญหาที่อยู่อาศัย โดยที่บางพื้นที่มีรายงานการปะทะและเหตุการณ์กระทบต่อความปลอดภัย ขณะเดียวกันยังต้องติดตามความเคลื่อนไหวของสหภาพแรงงานที่อาจส่งผลต่อการให้บริการขนส่งและกิจกรรมทางเศรษฐกิจในระยะต่อไป โดยให้ความสำคัญกับการประเมินสถานการณ์เป็นรายพื้นที่ เพื่อแยกแยะความเสี่ยงที่อาจกระทบต่อการค้าและการขนส่งของไทยอย่างตรงจุด
สำหรับผลกระทบต่อการส่งออกไทย หากสถานการณ์ยืดเยื้อหรือขยายวงกว้าง อาจกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค ความต้องการสินค้าในบางกลุ่ม และการขนส่งโลจิสติกส์ ซึ่งอาจทำให้ระยะเวลาส่งมอบสินค้าเพิ่มขึ้นและต้นทุนดำเนินธุรกิจสูงขึ้น โดยเฉพาะกรณีที่การชุมนุมหรือการหยุดงานส่งผลต่อบริการขนส่งทางอากาศ ทางบก และการกระจายสินค้าในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ ผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงยังขึ้นอยู่กับความรุนแรงและพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ โดยกระทรวงพาณิชย์จะติดตามข้อมูลจาก สคต. และผู้เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด พร้อมประเมินทางเลือกในการบริหารความเสี่ยง เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการรักษาความต่อเนื่องทางการค้าและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์
สำหรับในช่วงเดือนมกราคม-สิงหาคม 2569 การค้าระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป มีมูลค่ารวม 34,692.72 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 17.13 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นการส่งออกของไทยมูลค่า 21,062.04 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 21.89 และการนำเข้า 13,630.68 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 10.45 โดยไทยได้ดุลการค้า 7,431.36 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนถึงความสำคัญของตลาดสหภาพยุโรปที่กระทรวงพาณิชย์ต้องติดตามความเสี่ยงอย่างใกล้ชิด ควบคู่กับการรักษาโอกาสทางการค้าและขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกไทยในตลาดสำคัญ
กระทรวงพาณิชย์ขอให้ผู้ส่งออกติดตามสถานการณ์ในประเทศคู่ค้า พร้อมตรวจสอบสถานะการขนส่งและกำหนดส่งมอบสินค้ากับคู่ค้าและผู้ให้บริการโดยตรง หากเส้นทางขนส่งมีแนวโน้มได้รับผลกระทบ ควรหารือกับคู่ค้าเพื่อปรับกำหนดส่งมอบตามความจำเป็น และเตรียมแผนสำรองสำหรับสินค้าที่มีอายุการเก็บรักษาสั้นหรือมีข้อจำกัดด้านเวลา
นอกจากนี้ อาจพิจารณากระจายความเสี่ยงสู่ตลาดอื่น ลดสัดส่วนการพึ่งพาตลาดยุโรปชั่วคราว และหันไปเร่งเจาะตลาดในกลุ่มประเทศอาเซียน เอเชียใต้หรือตะวันออกกลาง รวมถึงการขยายความคุ้มครองเสริมของประกันภัยขนส่งสินค้า ให้ครอบคลุมภัยจลาจลและการเจตนาทำลายทรัพย์สิน ปรับสัดส่วนการถือครองเงินสกุลยูโร หรือทำสัญญาล่วงหน้า เนื่องจากค่าเงินยูโรมีแนวโน้มอ่อนค่าลง รวมถึงประเมินเส้นทาง โดยอาจเปลี่ยนท่าเรือหลัก โดยหลีกเลี่ยงท่าเรือในฝรั่งเศสและยุโรปตะวันตก เลี่ยงไปใช้เส้นทางยุโรปเหนือหรือยุโรปใต้แล้วเชื่อมต่อด้วยระบบราง ตลอดจนโยกย้ายการจัดเก็บคลังสินค้าคงคลังจากพื้นที่เสี่ยง ไปฝากไว้ในประเทศที่มีความปลอดภัยสูงกว่า


