“พ.ต.อ.ทวี” ชี้ทางออกไฟใต้ แนะลดทิฐิ-คุยสันติสุขในประเทศ หากเรารักสมานฉันท์กัน ไม่ต้องพึ่งมาเลเซียเป็นคนกลาง พร้อมถกเจ้าหน้าที่ความมั่นคงเกาะติดคดีลอบยิง “กมลศักดิ์” ครบ 218 วัน ยังไร้บทสรุป


วันที่ 24 ต.ค. 2569 ที่สวนนราเปี่ยมสุข อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ  เป็นประธานเปิดการแข่งขันฟุตบอลหญ้าเทียมข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ครั้งที่ 7 ประจำปี 2569 โดยมี นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ  ครูและบุคลากรทางการศึกษา ร่วมให้การต้อนรับ 


พ.ต.อ.ทวี ได้กล่าวเปิดงานโดยระบุถึงแนวทางการแก้ปัญหาและสร้างความสงบสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยในมิติด้านความมั่นคงและกระบวนการสันติภาพ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ปัญหาความขัดแย้งยืดเยื้อเกิดจากการขาดความไว้วางใจซึ่งกันและกัน จนต้องดึงต่างชาติเข้ามามีบทบาท

“แม้แต่เรื่องการพูดคุยสันติภาพ พอเราเถียงกันมาก เราไม่ไว้ใจกัน เราก็ไปให้มาเลเซียเป็นคนกลาง จริง ๆ ถ้าเรารักสมานฉันท์กัน เรายอมกล้าที่จะลดทิฐิ ให้ทุกคนมีส่วนร่วม เราก็ไม่ต้องไปขอบคุณมาเลเซีย เราสามารถจัดกระบวนการพูดคุยหาทางออกร่วมกันได้เองภายในประเทศ” พ.ต.อ.ทวี ระบุ



พ.ต.อ.ทวี ยังกล่าวถึงมิติด้านสังคมและพหุวัฒนธรรม ว่า พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ตั้งอยู่ในคาบสมุทรมลายู ซึ่งการสื่อสารหลักคือภาษามลายูและมีอัตลักษณ์เฉพาะตัวคือตัวอักษรยาวี ซึ่งถือเป็นทุนทางวัฒนธรรมที่ล้ำค่าและไม่มีประเทศใดเหมือน หากภาครัฐปรับมุมมอง เปลี่ยนจากการหวาดระแวงมาเป็นการส่งเสริมอย่างจริงจัง จะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการเชื่อมโยงเศรษฐกิจและการสื่อสารกับประเทศในภูมิภาค


ทั้งนี้ การศึกษาในพื้นที่ต้องสอดคล้องกับวิถีชีวิตและอัตลักษณ์ และต้องยึด 4 เสาหลักเบื้องต้น คือ อ่านออก เขียนได้ คิดเลขเป็น โดยเฉพาะการทำให้เยาวชนอ่านออกเขียนได้ทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษามลายู


ขณะที่มิติด้านเศรษฐกิจและความยุติธรรม พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ความสงบสุขจะเกิดขึ้นไม่ได้หากยังมีความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้าง โดยยกรายงานดัชนีหลักนิติธรรมของโลก โดย World Justice Project ที่จัดอันดับประเทศไทยอยู่ที่ 80 ได้คะแนนเพียง 0.5 ขณะที่ประเทศสิงคโปร์ซึ่งมีพื้นที่เล็กกว่ากรุงเทพมหานครกลับติดกลุ่มท็อป 10 ด้วยคะแนนสูงถึง 0.7–0.8


นอกจากนี้ เมื่อเปรียบเทียบเชิงเศรษฐกิจ รายได้เฉลี่ยของคนสิงคโปร์อยู่ที่วันละประมาณ 4,000 บาท มี GDP ต่อหัวหลักล้านบาทต่อคนต่อปี ขณะที่แรงงานไทยยังต้องเรียกร้องค่าจ้างขั้นต่ำ 300–400 บาท และประชาชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มี GDP ต่อหัวเพียงประมาณ 80,000 บาทต่อคนต่อปี ทั้งที่พื้นที่ภาคใต้มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์กว่ามาก สะท้อนชัดเจนว่าความเจริญของประเทศวัดกันที่ “คุณภาพของคน” ไม่ใช่ปริมาณทรัพยากร


พ.ต.อ.ทวี กล่าวอีกว่า นโยบายรัฐในพื้นที่ต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิดอย่างเร่งด่วน จากการทุ่มงบประมาณไปกับการสร้างวัตถุ มาเป็นการลงทุนสร้างคนผ่านระบบการศึกษา เพราะครูคือผู้นำที่มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนชีวิตเยาวชน ทั้งการเปลี่ยนจากคนไม่รู้ให้เป็นคนรู้ เปลี่ยนคนไม่มีศาสนาให้มีศาสนา และเปลี่ยนคนไม่มีอนาคตให้มีอนาคต ยิ่งไปกว่านั้น ในมิติประชากรศาสตร์ ขณะที่ประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤตสังคมสูงวัย อัตราการเกิดต่ำกว่าการเสียชีวิต มีเพียงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เท่านั้นที่อัตราการเกิดยังสูงกว่าอัตราการเสียชีวิต ครูในพื้นที่จึงต้องแบกรับบทบาทมากกว่าการสอนหนังสือ แต่ต้องทำหน้าที่ขัดเกลาจิตใจ เป็นผู้นำทางความคิด และดูแลเยาวชนเสมือนผู้นำครอบครัวแทนพ่อแม่ การส่งเสริมสุขภาพ พลานามัย และคุณภาพชีวิตของบุคลากรทางการศึกษาจึงเป็นยุทธศาสตร์รากฐานสำคัญที่จะนำพาความสงบสุขที่ยั่งยืนกลับคืนสู่จังหวัดชายแดนภาคใต้



เกาะติดคดีลอบยิง “กมลศักดิ์” ครบ 218 วัน ยังไร้บทสรุป


นอกจากนี้ พ.ต.อ.ทวี  ยังเดินทางไปยัง บ้านพักของนายกมลศักดิ์ เพื่อประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามความคืบหน้ากรณีเหตุคนร้ายลอบยิงนายกมลศักดิ์ เมื่อวันที่ 20 มี.ค. 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งนับจนถึงปัจจุบันเป็นระยะเวลากว่า 7 เดือน หรือคิดเป็น 218 วัน กระบวนการทางกฎหมายยังคงดำเนินอยู่และยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุดในชั้นศาล ท่ามกลางการจับตามองของประชาชนในพื้นที่ถึงความปลอดภัยของฝ่ายการเมืองและมาตรฐานการบังคับใช้กฎหมายเพื่อนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ


นอกจากนี้ พ.ต.อ.ทวี พร้อมด้วย นายกมลศักดิ์ และคณะทำงาน ยังได้ลงพื้นที่อาหารเจ๊ะการ์ (สาขาเมืองนราธิวาส) อ.เมือง จ.นราธิวาส เพื่อเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นและข้อสะท้อนปัญหาจาก หลายภาคส่วน ทั้งเจ้าหน้าที่รัฐ นักธุรกิจ และ ประชาชน ทั้งในมิติ การแก้ไขสถานการณ์ความไม่สงบ ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจปากท้องในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้