“เจเศรษฐ์” นำทีม ปภ. ลงพื้นที่ลำพูน เร่งรัดการช่วยเหลือประชาชนจากอุทกภัย ยันประกันภัยพิบัติช่วยลดภาระงบประมาณภาครัฐ พร้อมสั่งการเตรียมรับมือ PM2.5 


วันที่ 24 ต.ค. 2569 เมื่อเวลา 09.00 น. นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามการช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดลำพูน ตามโครงการภาครัฐจัดซื้อประกันภัยพิบัติให้กับประชาชน ณ ศาลาอเนกประสงค์บ้านใหม่ศรีบุญเรือง หมู่ที่ 14 ตำบลป่าพลู อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน โดยมีนายนิรัตน์ พงศ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมด้วยผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ฯ


นายเจเศรษฐ์ เปิดเผยว่า การลงพื้นที่จังหวัดลำพูนในครั้งนี้ เพื่อติดตามสถานการณ์และเร่งรัดการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยรัฐบาล และกระทรวงมหาดไทยให้ความสำคัญกับการบรรเทาความเดือดร้อนและฟื้นฟูความเป็นอยู่ของประชาชน พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยเหลืออย่างทั่วถึงและรวดเร็ว สำหรับโครงการภาครัฐจัดซื้อประกันภัยพิบัติให้กับประชาชน ถือเป็นกลไกสำคัญในการวางระบบรองรับความเสียหายจากภัยพิบัติในระยะยาว เมื่อกลไกประกันภัยพิบัติรองรับความเสียหายตามเงื่อนไขความคุ้มครอง จะช่วยลดภาระงบประมาณภาครัฐ และเปิดโอกาสในการนำงบประมาณไปเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันและลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ รวมถึงดูแลความปลอดภัยของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น


โดยจังหวัดลำพูนได้เกิดสถานการณ์อุทกภัย ตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคม 2569 มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ รวม 2 อำเภอ

4 ตำบล 9 หมู่บ้าน 261 ครัวเรือน ได้อนุมัติค่าสินไหมทดแทนกรณีที่อยู่อาศัยแล้ว 197 ราย รวมเป็นเงิน 1,970,000 บาท ซึ่งสถานการณ์ภัยดังกล่าวเข้าข่ายการจ่ายเงินประกันภัยพิบัติที่ใช้การเคลมประกันและขอรับค่าสินไหมทดแทนจากโครงการภาครัฐจัดซื้อประกันภัยพิบัติให้กับประชาชน เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและฟื้นฟูที่อยู่อาศัยของประชาชน ซึ่งนายเจเศรษฐ์ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอำนวยความสะดวก ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น และติดตามการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้โดยเร็ว 


นอกจากนี้ ยังได้กำชับหน่วยงานในพื้นที่เตรียมรับมือปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM2.5 ที่อาจจะเกิดขึ้นในห้วงต่อไป โดยนำข้อมูลสถานการณ์ย้อนหลังมาวิเคราะห์เปรียบเทียบ ประเมินพื้นที่เสี่ยงและวางแผนป้องกันเชิงรุกในการเฝ้าระวัง เพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ขณะเดียวกัน ได้เน้นย้ำการแก้ไขปัญหาระบบน้ำอุปโภคบริโภค ปรับปรุงระบบประปา ตรวจสอบคุณภาพน้ำ และจัดหาน้ำสะอาดให้เพียงพอและทั่วถึง เพื่อให้ประชาชนทุกครัวเรือนมีน้ำสะอาดใช้อย่างต่อเนื่อง


นายเจเศรษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ปัจจุบันโลกเข้าสู่ภาวะโลกเดือด ภัยพิบัติจึงอาจเกิดขึ้นได้ทุกเวลา ไม่จำกัดฤดูกาล และคาดการณ์ได้ยากกว่าเดิม เราจึงต้องพร้อมรับมือ ไม่ใช่รอให้เกิดเหตุแล้วค่อยแก้ไข”


ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ภายใต้สังกัดกระทรวงมหาดไทย เดินหน้าทำงานเต็มกำลังทุกมิติ ตั้งแต่การป้องกัน การช่วยเหลือ ตลอดจนการฟื้นฟูเยียวยา พร้อมย้ำทุกจังหวัด หากเกิดสถานการณ์ในพื้นที่และเข้าหลักเกณฑ์ที่จะได้รับเงินประกันภัยพิบัติตามที่รัฐบาลจัดสรร ขอให้เร่งสำรวจและประสานงานมายัง  ปภ. และ คปภ. เพื่อทำการตรวจสอบและการอนุมัติการจ่ายค่าสินไหมทดแทนไปยังผู้ประสบภัยได้อย่างรวดเร็วที่สุด ส่งผลให้พี่น้องประชาชนมีความปลอดภัย และกลับมาใช้ชีวิตปกติโดยเร็วที่สุด พร้อมขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด