“กรวีร์” ประธานวิปรัฐบาล เปิดเบื้องหลังเจรจาซักฟอก เผย ครม.ขยับจาก 3 วันเป็น 4 วัน เปิดเวลาอภิปรายฝ่ายค้าน 45–48 ชั่วโมง ย้ำอย่าให้ความเห็นต่างเรื่องกรอบเวลาเป็นอุปสรรคต่อการตรวจสอบรัฐบาล


วันที่ 24 ตุลาคม 2569 นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงการหารือกำหนดวันและกรอบเวลาการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ในฐานะประธานวิปรัฐบาล พยายามประสานงานและเจรจากับทุกฝ่าย เพื่อหาวันและกรอบเวลาที่เหมาะสมสำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พร้อมต้องการบันทึกข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการหารือให้ชัดเจน


นายกรวีร์ระบุว่า การหารือครั้งแรกยังไม่มีความคืบหน้า เพราะแต่ละฝ่ายยืนอยู่บนข้อเสนอของตัวเอง โดยคณะรัฐมนตรีแจ้งวันที่พร้อมให้สภา คือวันที่ 27–29 ตุลาคม รวม 3 วัน ขณะที่ฝ่ายค้านยืนยันขอเวลาอภิปราย 5 วัน เมื่อกรอบเวลาของทั้งสองฝ่ายไม่ตรงกัน การหารือจึงยังหาข้อสรุปไม่ได้


สำหรับการหารือครั้งที่สอง หลังพูดคุยกันระยะหนึ่ง ประธานในที่ประชุมเสนอให้ผู้แทนคณะรัฐมนตรีกลับไปหารือเพื่อขยายกรอบเวลา รัฐบาลจึงเสนอเพิ่มวันอภิปรายจาก 3 วันเป็น 4 วัน คือวันที่ 26–29 ตุลาคม พร้อมจัดสรรเวลาให้ฝ่ายค้านอภิปรายประมาณ 45–48 ชั่วโมง ซึ่งเป็นข้อเสนอหลังจากฝ่ายค้านเดินออกจากการหารือ (Walk out)


อย่างไรก็ตาม ฝ่ายค้านยืนยันว่า หากอภิปรายในช่วงวันที่คณะรัฐมนตรีสะดวก ต้องเป็น 5 วัน ส่วนกรอบ 4 วันควรเลื่อนไปเป็นช่วงเดือนพฤศจิกายน เพราะปรับแผนการอภิปรายไม่ทัน


นายกรวีร์ระบุว่า จุดนี้เองที่ทำให้ยังตกลงกันไม่ได้ เพราะคณะรัฐมนตรีไม่มีช่วงเวลาต่อเนื่องที่สะดวกในเดือนพฤศจิกายน ขณะที่ช่วงปลายเดือนตุลาคมเป็นช่วงที่รัฐมนตรีพร้อมมาชี้แจงได้มากที่สุด แต่ฝ่ายค้านยืนยันว่าหากอภิปรายในช่วงดังกล่าวจะต้องได้อภิปราย 5 วันเท่านั้น ซึ่งคณะรัฐมนตรีก็ไม่สามารถหาช่วงเวลา 5 วันได้เช่นกัน ข้อตกลงร่วมกันจึงไม่เกิดขึ้น


นายกรวีร์กล่าวว่า รู้สึกเสียดายที่การหารือยุติลงก่อนจะหาข้อสรุปร่วมกันได้ โดยเห็นว่าโต๊ะเจรจาควรเป็นพื้นที่ที่ทุกฝ่ายนำเหตุผลมาพบกัน หากต่างฝ่ายต่างยืนอยู่กับข้อเสนอเดิม ก็ยากที่จะหาทางออก แต่หากทุกฝ่ายขยับเข้าหากันคนละก้าว ข้อตกลงก็มีโอกาสเกิดขึ้น


นายกรวีร์ยังระบุว่า กรอบ 4 วันที่รัฐบาลเสนอ มีเวลารวม 63 ชั่วโมง 30 นาที โดยจัดสรรให้ฝ่ายค้านอภิปราย 45–48 ชั่วโมง ซึ่งเมื่อเทียบกับกรอบเวลาการอภิปรายไม่ไว้วางใจตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นมา ถือเป็นเวลาสำหรับฝ่ายค้านที่มากที่สุด นี่คือข้อเสนอที่รัฐบาลยื่นบนโต๊ะเจรจา เพื่อให้ฝ่ายค้านได้ทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเต็มที่ และให้รัฐมนตรีมีเวลาชี้แจงต่อสภา


เมื่อยังไม่มีข้อยุติ ประธานสภาจึงยังไม่บรรจุญัตติเป็นวาระ และเปิดทางให้ทั้งสองฝ่ายกลับมาหารือเพื่อหาข้อสรุปร่วมกัน นายกรวีร์ระบุว่า มาถึงตอนนี้คงไม่มีประโยชน์ที่จะมาถกเถียงกันว่าใครเป็นฝ่ายถูกหรือใครเป็นฝ่ายผิด แต่ต้องมองไปข้างหน้า เพราะการอภิปรายไม่ไว้วางใจต้องได้พิจารณา สิ่งสำคัญคือจะหาทางให้สภาเดินต่อไปได้อย่างไร


“หวังว่าทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลจะยอมถอยคนละก้าว หาวันและกำหนดเวลาที่ลงตัวได้ จะพยายามทำหน้าที่อย่างเต็มที่ และหวังว่าจะเกิดการอภิปรายไม่ไว้วางใจในสมัยประชุมนี้ได้ครับ” นายกรวีร์กล่าว