“สุริยะ” สั่งกระทรวงเกษตรฯ พิจารณางบเยียวยาน้ำท่วมเพิ่มเติมช่วยเกษตรกร อีก 3,000 บาท/ครัวเรือน เตรียมของบกลางลอตแรกช่วย 1,575 ล้านบาท และจ่ายลอตสองเพิ่มอีกก้อน สิ้นเดือน พ.ย. กำชับเข้มแม้ไม่ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกร ต้องไม่ตกสำรวจการเยียวยา
วันที่ 22 ตุลาคม 2569 ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุม ติดตามการเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยนายสรวุฒิกล่าวว่า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ สั่งการให้เยียวยาเกษตรกรอย่างรวดเร็ว โปร่งใส โดยประสานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) หรือสถาบันการเงิน พักชำระหนี้ จัดสินเชื่อฟื้นฟู รวมถึงฟื้นฟูปัจจัยการผลิตให้เร็ว ทั้งการเร่งปรับปรุงดิน สนับสนุนเมล็ดพันธุ์ พันธุ์สัตว์ พันธุ์สัตว์น้ำ การเฝ้าระวังโรคระบาดหลังน้ำลด การจัดทีมเชิงรุก พร้อมวัคซีนและเวชภัณฑ์ลงพื้นที่ควบคุมโรคระบาดในพืชและสัตว์ การวางแผนเพาะปลูก โดยเฉพาะนาปรังให้สอดคล้องปริมาณน้ำ ในส่วนการบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า สั่งการดังนี้
1.กรมส่งเสริมสหกรณ์ ชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้แก่สมาชิก เงินต้นไม่เกิน 300,000 บาท อัตราร้อยละ 3 ต่อปี ระยะเวลา 1 ปี วงเงิน 200 ล้านบาท
2.สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแก่ลูกหนี้ไม่มีหนี้ค้างชำระ ดอกเบี้ยร้อยละ 0 ต่อปี เป็นเวลา 1 ปี จากนั้นอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2 ต่อปี วงเงินกู้ไม่เกิน 50,000 บาท/ปี กำหนดชำระคืนใน 3 ปี กรอบวงเงิน 20 ล้านบาท
3.การยางแห่งประเทศไทย ให้เงินช่วยเหลือชาวสวนยาง 10,536 ราย บรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า รายละไม่เกิน 3,000 บาท
นายสรวุฒิ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังสนับสนุนปัจจัยการผลิต วงเงิน 112.49 ล้านบาท แบ่งเป็น 1.กรมพัฒนาที่ดิน สนับสนุนผลิตภัณฑ์ พด.6 เพื่อบำบัดน้ำเสีย ลดกลิ่นเหม็น 641,148 ลิตร ครอบคลุมพื้นที่ 6,600 ไร่ วงเงิน 8.33 ล้านบาท 2.กรมส่งเสริมสหกรณ์ สนับสนุนเงิน 10 ล้านบาท แก่เกษตรกร ชดเชยความเสียหายของทรัพย์สิน 3.กรมประมง ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ 800 ล้านตัว วงเงิน 90 ล้านบาท 4.กรมปศุสัตว์ จัดหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่ให้บริการฟื้นฟูสุขภาพสัตว์ มอบเวชภัณฑ์ดูแลสัตว์ ตามอาการที่ตรวจพบ 26,000 ตัว 5.การยางแห่งประเทศไทยสนับสนุนปัจจัยยังชีพ กรณีครัวเรือนเกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนกับกยท. 1,632 ราย วงเงิน 4.51 แสนบาท
นายสรวุฒิกล่าวว่า นายสุริยะกำชับทุกกรมของกระทรวงเกษตรฯไปพิจารณางบประมาณเยียวยาช่วยเหลือเกษตรกรเพิ่มเติม จากงบประมาณเยียวยาปี 2570 และ 2571 ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน โดยให้หน่วยงานในพื้นที่เร่งสำรวจความเสียหาย เสนอต่อคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติอำเภอ(ก.ช.ภ.อ.) คณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัด(ก.ช.ภ.จ.) พิจารณาให้ความช่วยเหลือ มีเกษตรกรได้รับความเสียหายรวม 52,832 ราย จะขออนุมัติงบกลางลอตแรกวงเงิน 1,575 ล้านบาท และขออนุมัติงบกลางหลังน้ำลด สิ้นเดือนพ.ย.นี้ อีกลอต เพื่อช่วยเกษตรกรเบื้องต้น 3,000 บาทต่อครัวเรือน ให้ครอบคลุมที่สุด ขอให้ทุกหน่วยงานเร่งประเมินความเสียหายอย่างละเอียดครอบคลุมทุกพื้นที่ โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อน แต่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกร โดยใช้ฐานข้อมูลเกษตรกรที่มีอยู่เป็นจุดเริ่มต้น ควบคู่กับการลงพื้นที่สำรวจข้อเท็จจริง ตามที่นายกรัฐมนตรีมอบนโยบาย นายสุริยะกำชับว่า ต้องไม่ให้เกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนจริงตกหล่นจากระบบการช่วยเหลือภาครัฐ เพียงเพราะไม่ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกร เกษตรกรทุกคนที่เดือดร้อนจริง จะได้รับการช่วยเหลืออย่างทั่วถึง ไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง


