“อภิสิทธิ์” ขอ “อนุทิน” อย่าด้อยค่าอภิปรายไม่ไว้วางใจ ชี้ ฝ่ายค้านรอได้หลังกลับจากนอก อย่าตั้งธงให้แค่ 3 วัน ประชาธิปัตย์จ่อชำแหละ 5 รมต. เผยคุย “ศิริโชค” ตามต่อคดี “ไอเดียร์”


เมื่อเวลา 13.15 น. วันที่ 21 ตุลาคม 2569 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวที่รัฐสภา ถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุควรเป็นช่วงวันที่ 27-30 ตุลาคมนี้ เพราะหลังจากนั้นติดภารกิจไปต่างประเทศ ว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นญัตติของฝ่ายค้านที่ยื่นต่อประธานสภาฯ ไปแล้ว คือการอภิปรายรัฐมนตรีทั้งหมด 18 คน ฝ่ายค้านคุยกันว่าต้องใช้เวลา 5 วัน ในการอภิปรายทั้ง 18 คน อย่างครบถ้วนตามเนื้อหาสาระ ตรงนี้คือตัวตั้ง แต่เมื่อเป็นเช่นนี้การอภิปรายไม่ไว้วางใจคงไม่ใช่สิ่งที่รัฐบาลจะมาบอกว่าสะดวกตอบแค่เท่านี้ วันนั้น วันนี้ เราอยากให้ทุกอย่างราบรื่น คิดว่าในการประชุมวิป 3 ฝ่ายวันนี้ ตัวแทนฝ่ายค้านที่ไปประชุมพร้อมอธิบายว่าทำไมถึงต้องการเวลา 5 วัน ส่วนภารกิจนายกรัฐมนตรีก็ไม่ใช่ว่า จะไม่ว่างตลอด ก็ต้องหาวิธีการ กำหนดบริหารจัดการได้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ยากจนเกินไป

ส่วนคำถามที่นายกรัฐมนตรีระบุจะเพิ่มเวลาให้ฝ่ายค้าน แล้วไปลดเวลาของฝ่ายรัฐมนตรีที่จะชี้แจง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คงไม่ใช่แบบนั้น ตนยังสงสัยว่า ทำไมถึงอยากลดเวลาชี้แจงของตัวเอง อยากให้นายกรัฐมนตรีกลับไปทบทวนว่า นายกรัฐมนตรีพูดถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจในลักษณะด้อยค่ากระบวนการนี้มาตั้งแต่ต้น คิดแค่ว่าเป็นแค่พิธีกรรม ที่จะปล่อยผ่านไปให้เสร็จๆ แต่มันไม่ใช่ นี่เป็นกระบวนการสำคัญในการตรวจสอบในระบอบประชาธิปไตย ฝ่ายที่พูดก็อยากนำเสนอข้อมูลเต็มที่ แล้วก็ประสงค์จะได้คำตอบ อยากให้ สส.ทุกคนไม่ว่าฝ่ายไหนก็ตาม ได้ฟังทั้งผู้อภิปราย และผู้ชี้แจงอย่างเต็มที่ แล้วตัดสินใจว่าทั้ง 18 ราย สมควรจะได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่ต่อไปหรือไม่ ถ้าเราเคารพกระบวนการประชาธิปไตยแบบนี้ มันไม่มีปัญหา สามารถบริหารจัดการเวลาได้ ตนก็เคยเป็นนายกฯ มาแล้ว

สำหรับประเด็นที่นายกรัฐมนตรีบอกว่าหลังจากวันที่ 30 ตุลาคม เป็นต้นไปไม่ว่างแล้ว นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า ก็ไม่เป็นไร ถ้าไม่ได้ ก็ไปวันหลังก็ได้ หากมีนัดหมายล่วงหน้าไปต่างประเทศที่จำเป็น เราเข้าใจอยู่แล้ว เราคงไม่ไปคาดคั้น แต่เราไม่เชื่อว่าจะไม่สามารถบริหารจัดการเวลาที่จะให้สภาฯ ใช้เวลาเพียง 1 สัปดาห์ ในการตรวจสอบรัฐบาลได้อย่างเต็มที่ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ 

ผู้สื่อข่าวถามต่อ หากไม่ได้เวลาจริงๆ ฝ่ายค้านจะรอหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ ตอบกลับว่า ทำไมจะไม่ได้ มันก็ได้อยู่แล้ว ถ้าจะให้ อย่างไรคงต้องรอวิป 3 ฝ่ายหารือกันด้วยเหตุผลว่า ความจำเป็นของรัฐมนตรี 18 คน มีผู้อภิปรายกี่คน คนละกี่นาที ใช้เวลากี่ชั่วโมง คำนวณออกมาได้ ถ้ารัฐบาลบอกไม่ต้องตอบ ยกมือให้อย่างเดียว มันก็ยิ่งเป็นการยืนยันว่าในที่สุดรัฐบาลนี้ไม่ได้เคารพการทำงานของสภาฯ มองแค่ทุกอย่างเป็นเรื่องพิธีกรรม 

ขณะเรื่องที่มีการมองกันว่าภายหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะมีการควบรวมกันระหว่างพรรคกล้าธรรม (กธ.) กับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะตนไม่ได้อยู่ทั้ง 2 พรรค ข่าวก็มีทุกวันว่า คนนั้นจะยุบรวบ คนนี้จะเปลี่ยนขั้ว แต่ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ตอนนี้เป็นฝ่ายค้าน มีหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์เราไม่ได้จะอภิปรายทั้ง 18 ราย ที่ดูไว้มี 4-5 ราย ที่พรรคจะอภิปรายเป็นหลัก แต่พรรคประชาชน (ปชน.) บอกว่ามีข้อมูล 18 ราย ก็ต้องให้เวลาเต็มที่

ต่อคำถามว่า มองการควบรวมในทางการเมืองจะเกิดขึ้นได้หรือไม่ เพราะในอดีตก็เคยเกิดขึ้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า โดยเจตนาของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่ได้ให้ควบรวม แต่ส่วนใหญ่ใช้วิธีขับตัวเองออกจากพรรค แล้วไปสังกัดพรรคใหม่ แต่อย่างไรแล้วมาถามพวกตนไม่ได้ ต้องไปถามพรรคภูมิใจไทยกับพรรคกล้าธรรมว่ามีเหตุผลอย่างไร

ในกรณีที่ นายศิริโชค โสภา อดีต สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาแฉข้อมูลของ น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ หรือ ไอเดียร์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ส่วนตัวมีการพูดคุยกันและให้กำลังใจนายศิริโชคหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ ตอบว่า ได้มีการพูดคุยกัน ซึ่งนายศิริโชคสนใจเรื่องนี้ และพร้อมที่จะให้ความร่วมมือในการตรวจสอบ เมื่อวานนี้ (20 ตุลาคม) ก็เดินทางไปให้ข้อมูลกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ก่อนที่จะมีกำหนดเรียกด้วย และพรุ่งนี้ (22 ตุลาคม) ทราบว่าจะเข้าให้ข้อมูลกับคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎรด้วย แม้นายศิริโชคไม่ได้อภิปราย เพราะไม่ได้เป็น สส. แต่ข้อมูลต่างๆ เราก็ติดตามอยู่แล้วในฐานะเป็นพรรคการเมือง 

อย่างไรก็ตาม เมื่อถามถึงกรณีที่ นายอนุทิน ระบุว่าเรื่องที่นายศิริโชค ออกมาแฉ น.ส.สุชาดา เพราะแพ้การเลือกตั้ง มองอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ก็ท่าน ก็คิดได้เท่านี้” 

“การดี” บ่ยั่น “เรืองไกร” ร้องสอบทรัพย์สิน

ทางด้าน นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ นักเคลื่อนไหวทางการเมืองยื่นตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินว่า ส่วนตัวไม่มีความกังวลใดและพร้อมชี้แจงข้อมูล.