ปลัดกระทรวงการคลัง การันตีไทยไม่ซ้ำรอยฝรั่งเศส ยันไม่มีตัดลดสวัสดิการของประชาชนอย่างแน่นอน ชี้ฐานะการคลังแข็งแกร่ง มีกันชนสูง จ่อดัน “โซลาร์รูฟท็อป” ชง ครม. เดือนนี้



วันที่ 21 ต.ค. 2569 นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงข้อกังวลกรณีประเทศฝรั่งเศสเผชิญม็อบประท้วงรุนแรงจากปัญหาเศรษฐกิจ หนี้สาธารณะพุ่งสูง และการขาดดุลงบประมาณ จนเกิดคำถามว่าจะกระทบมาถึงไทยหรือไม่ว่า สถานะการคลังของไทยกับฝรั่งเศสแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ปัจจุบันประเทศไทยยังมีกันชนทางการคลัง (Fiscal Buffer) อยู่ในระดับสูง และรัฐบาลยึดกรอบวินัยการเงินการคลังอย่างเข้มงวด ซึ่งเป็นนโยบายที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก


สำหรับชนวนเหตุประท้วงในต่างประเทศ เกิดจากการสั่งตัดลดงบประมาณที่ดูแลประชาชนโดยตรง หรือทำให้คุณภาพการบริการภาครัฐลดลง แต่ในส่วนของประเทศไทย ขอยืนยันว่าจะไม่มีการตัดลดสวัสดิการของประชาชนอย่างแน่นอน โดยรัฐบาลยังคงระดับงบดูแลไว้เท่าเดิม แต่จะหันไปเน้นการควบคุมงบรั่วไหล และตัดงบประมาณรายจ่ายที่ไม่จำเป็นทิ้งแทน


นอกจากนี้ ความแข็งแกร่งทางการคลังของไทยยังได้รับการการันตีจากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลก (Credit Rating Agency) ทั้ง 3 แห่ง ที่ยังคงเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจและเสถียรภาพการคลังของไทย จากการรักษาวินัยการเงินการคลังอย่างต่อเนื่องจนนำไปสู่การปรับอันดับความน่าเชื่อถือที่ดีขึ้น


“ปัญหาหนี้สะสมเป็นเรื่องที่สั่งสมมานาน ต้องใช้เวลาบริหารจัดการ แต่หลักการของรัฐบาลชุดนี้ชัดเจนคือ ไม่ก่อหนี้ใหม่โดยไม่จำเป็น และหากจำเป็นต้องกู้เงิน การกู้ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่หัวใจสำคัญคือต้องนำเงินไปลงในโครงการที่เกิดประโยชน์ คุ้มค่า และเพิ่มประสิทธิภาพให้ประเทศอย่างแท้จริง” นายลวรณ ระบุ


ส่วนความคืบหน้าโครงการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านประชาชน (Solar Rooftop) เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานนั้น ขณะนี้คณะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการฯ ได้ประชุมหารือต่อเนื่องตลอด 3–4 วันที่ผ่านมา และมีการประชุมเพิ่มเติมเพื่อเตรียมชงเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยเน้นความเชื่อมโยงกับระบบอัจฉริยะ (Smart Systems) เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งเรื่องนี้ผ่านการกลั่นกรองในชั้นอนุกรรมการแล้ว 2–3 รอบ คาดว่าจะสามารถเสนอเข้า ครม. เพื่อพิจารณาอนุมัติได้ภายในเดือนนี้แน่นอน

ขณะที่ประเด็นมาตรการปรับขึ้นภาษีรถยนต์ไฟฟ้า (EV) นำเข้านั้น ปลัดคลังระบุว่า ปัจจุบันเรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างขั้นตอนการจัดเตรียมเพื่อเสนอเข้าสู่กระบวนการพิจารณา โดยยังต้องรอความชัดเจนและการตัดสินใจขั้นสุดท้ายจากรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังต่อไป