“ทนายอั๋น” โร่ร้อง “สว.นันทนา” ปมถูกคุกคาม เชื่อโยง 3 คดีใหญ่ “เขากระโดง-โกงสอบ-ฮั้ว สว.” เชื่อโยง สจ.คนดัง เรียกร้องขอดูกล้อง CCTV จาก ตำรวจภูธรภาค 3
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 20 ตุลาคม 2569 ที่รัฐสภา นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” ยื่นหนังสือต่อ น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา (สว.) เพื่อขอให้ช่วยเหลือกรณีถูกกลุ่มบุคคลคุกคาม สะกดรอยติดตามต่อเนื่อง จนกังวลต่อความปลอดภัยในชีวิตตนและครอบครัว โดยนายภัทรพงศ์ กล่าวว่า เนื่องจากมีผู้ติดตามถ่ายภาพ ถ่ายคลิปการใช้ชีวิตของตนเองพร้อมอัพโหลดลงสื่อโซเชียลมีเดีย ตอนที่อยู่จังหวัดนครราชสีมาจนเข้าพักในโรงแรม เมื่อไปขอดูกล้องวงจรปิดที่สถานีตำรวจภูธรภาค 3 ก็ปฏิเสธ โดยให้มาดูในวันถัดไปคือ วันที่ 15 ตุลาคม พบว่ามีการติดตามตนจริง ซึ่งตำรวจภูธรภาค 3 กลับให้เขียนคำร้องรอเสนอต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับขั้นตอนเสียก่อน หมายความว่า ตนต้องเสียชีวิตก่อนหรือไม่ หลังจากนั้น ตนได้นำรถเข้าไปตรวจสอบที่อู่รถในจังหวัดนครราชสีมา ก็พบอุปกรณ์ติดตามตัวรวม 2 เครื่อง ถือเป็นพฤติกรรมอุกอาจมาก จากนั้นจึงนำความทั้งหมดไปแจ้งความที่กองบังคับการปราบปรามมีการลงบันทึกและทราบชื่อเจ้าของซิมการ์ดในเวลาต่อมา เป็นบุคคลที่อยู่ อ.สังขะ จ.สุรินทร์ มีการครอบครองซิมการ์ดทั้งหมด 5 หมายเลขคล้ายซิมม้า พฤติการณ์เชื่อมโยงกับสแกมเมอร์ตามแนวตะเข็บชายแดน
“สิ่งที่เกิดขึ้นกับผมวันนี้เชื่อมโยงกับกลุ่มที่มีอิทธิพลในอำนาจเจริญแน่นอน เพราะข้อมูลของผมถูกส่งถูกถ่ายไปที่อำนาจเจริญทุกครั้ง แต่ไม่ทราบว่าเป็นใคร อาจจะเกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพลทางการเมืองหรือไม่ แล้วถามต่อว่า คนกลุ่มนั้นเกี่ยวข้องอย่างไรกับกลุ่มสแกมเมอร์ จากการตรวจสอบข้อมูลคนที่ชุมนุมด่าตน ทราบว่าคนที่แอบถ่ายตนเอง ไปโผล่ที่สำนักงานตำรวจภูธรภาค 3 จึงตั้งคำถามว่าสำนักงานตำรวจภูธรภาค 3 คุ้มครองรับรองโจรมากกว่าความปลอดภัยของประชาชนหรือไม่ โดยเมื่อวานตนไปยื่นหนังสือร้องต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.)แล้ว ล่าสุดมีผู้หวังดีจาก อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ โทรมาหาเพื่อนของพ่อผม ที่ อ.นาโพธิ์ จ.บุรีรัมย์ บอกให้ผมและพ่อระวังตัวไว้ เขาหมายจะเอาชีวิตของผม ทั้งที่ผมตรวจสอบ 3 คดีหลัก คือ เขากระโดง-โกงสอบ-ฮั้ว สว. ฉะนั้น หากมีเหตุหรือไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับผม คือ 3 คดีหลักนี้ ที่ผมลุกออกมาต่อสู้ปกป้องผลประโยชน์ของชาติบ้านเมือง ยืนยันว่า สู้ไม่ถอยเพราะชีวิตตนอุทิศให้กับความถูกต้องของบ้านเมืองนี้จะสู้ต่อไป” ทนายอั๋น กล่าว
ด้าน น.ส.นันทนา กล่าวว่า นายภัทรพงศ์ต้องเจอเป็นเรื่องถูกข่มขู่คุกคามถึงการเอาชีวิตเช่นนี้ ไม่ใช่บ้านเมืองที่ปกติ ดังนั้น อย่าปล่อยให้เรื่องนี้เงียบ ต้องช่วยกันส่งเสียงเพื่อหาตัวต้นเหตุในการข่มขู่คุกคาม ที่ผ่านมามีการฟ้องปิดปากนายภัทรพงศ์แล้ว แต่ที่ทำเช่นนี้น่าจะถึงขั้นปิดเกม ซึ่งอันตรายมาก เราต้องช่วยกันส่งเสียงจะไม่ยอมให้บ้านเมืองเราเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน หรืออันธพาลครองเมือง อย่าปล่อยให้คนที่ต่อสู้เพื่อความถูกต้องเป็นธรรม ต้องถูกข่มขู่คุกคาม
เมื่อถามว่า มองว่าเรื่องนี้มีความเชื่อมโยงกับนักการเมืองอย่างไรหรือไม่ นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ตามหลักฐานที่สงสัยคือ คนที่อยู่ในม็อบคนสนิทของนางสุขสมรวยและเป็นเจ้าของเส้นเงินที่โด่งดัง และอยากขอให้นางสุขสมรวย ใช้ตำแหน่งหน้าที่ความเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกรัฐมนตรีเองคุมสำนักงานตำรวจแห่งชาติอยู่ สั่งการให้ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เปิดกล้องวงจรปิด ในวันเกิดเหตุการณ์ โดยมีนางสุขสมรวย ตน เป็นพยาน เท่านั้นเอง ทำได้หรือไม่


