“ประเสริฐ” เผย สพฐ. ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงปมทัศนศึกษาจีนทิพย์ ลอยแพครู-นักเรียนกลางสุวรรณภูมิ 70 ชีวิต พบเป็นถึง ขรก.ชำนาญการพิเศษใช้บัญชีคนนอกหลอกโอนเงิน เสียหาย กว่า 2.4 ล้าน ขีดเส้น 7 วันเอาผิดถึงที่สุด 


วันที่ 20 ต.ค. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ ให้สัมภาษณ์กรณีมีบุคลากรในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) หลอกลวงจัดโครงการทัศนศึกษาต่างประเทศ ว่า พบผู้เสียหายเป็นนักเรียนทั้งหมด 62 คน คุณครูผู้ดูแล 8 คน และมีโรงเรียนที่เกี่ยวข้อง 11 รร. ส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนในเขตพื้นที่ภาคกลาง ซึ่งข้อเท็จจริงขณะนี้ สพฐ. ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วตั้งแต่หลังจากทราบข่าว โดยกำหนดตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน ซึ่งเริ่มตั้งแต่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา และคาดว่า จะเสร็จภายในสัปดาห์นี้ พร้อมทั้งได้เรียกผู้ถูกกล่าวหาเข้ามาให้การ เบื้องต้นผู้ถูกกล่าวหาเป็นข้าราชการระดับชำนาญการพิเศษใน สพฐ. และเป็นผู้กระทำผิดจริง หลังจากนี้จะเชิญโรงเรียนที่เกี่ยวข้อง ผู้ปกครองและผู้เสียหาย มาให้ข้อมูล ว่าเรื่องราวข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร และสิ่งที่เกิดขึ้นมีใครได้รับความเสียหายบ้าง เป็นจำนวนเงินเท่าไหร่ 


โดยลักษณะการกระทำความผิดเป็นการหลอกให้ไปทัศนศึกษา ที่มหาวิทยาลัยซีอานเจียวทง เมืองซีอาน สาธารณรัฐประชาชนจีน  ระหว่างวันที่ 15-26 ต.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งผู้เสียหายได้เดินทางไปถึงสนามบินแล้ว แต่กลับไม่มีการพานักเรียนไปทัศนศึกษาตามโครงการดังกล่าว ถือเป็นการหลอกลวงตั้งแต่ต้น ยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวเป็นการดำเนินการส่วนตัว ไม่เกี่ยวข้องกับกระทรวงฯ 


เมื่อถามว่า มีข้าราชการในสพฐ. เกี่ยวข้องทั้งหมดกี่คน นายประเสริฐ กล่าวว่า เบื้องต้นพบ 1-2 คน และผู้ที่ถูกกล่าวหาก็เคยมีพฤติกรรมในลักษณะนี้มาแล้วในอดีต ก่อนจะเงียบไปหลายปี และกลับมาเรื่องนี้เกิดขึ้นใหม่ ซึ่งผู้ปกครองของเด็กผู้เสียหายได้โอนเงิน ค่าทัศนศึกษาผ่านบัญชีของอีกบุคคลหนึ่ง แต่ไม่ใช่ข้าราชการใน สพฐ. โดยได้มีการตรวจสอบเส้นเงินแล้ว ยืนยันเป็นบัญชีของบุคคลภายนอก 


เมื่อถามว่า ผู้ถูกกล่าวหาจะให้ออกจากราชการไว้ก่อนหรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า หลังจากตรวจสอบข้อเท็จจริงเสร็จ หากข้อเท็จจริงปรากฏชัดเจนก็จะลงโทษให้ถึงที่สุด สำหรับมูลค่าความเสียหายทั้งหมด 62 คน ที่มีการเรียกเก็บเงินคนละประมาณ 40,000 บาท คิดเป็นมูลค่าทั้งหมดประมาณ 2.4 ล้านบาท 


นายประเสริฐ กล่าวด้วยว่า ตนได้สั่งการให้ เขตพื้นที่การศึกษาได้ติดตามการดำเนินการในลักษณะที่เข้าข่ายเช่นนี้อย่างใกล้ชิด และให้นโยบายว่า ในโรงเรียนต่างๆ มีครูหรือบุคคลใดที่จัดกิจกรรมเช่นนี้โดยที่โรงเรียนไม่ทราบ หรือสพฐ.ไม่ทราบ พร้อมย้ำว่า ให้ดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อไป อย่างไรก็ตามยืนยันว่า กระทรวงศึกษาธิการจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างถึงที่สุด และนำผู้กระทำผิดมาลงโทษโดยเร็ว พร้อมเร่งเยียวยาผู้เสียหาย โดยจะติดตามเงินที่ถูกหลอกลวงไป ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเงินก้อนดังกล่าวนี้ยังคงมีอยู่หรือไม่ ไม่เกินวันศุกร์ที่ 23 ต.ค.นี้ คาดว่าจะตรวจสอบแล้วเสร็จ