“ไอเดียร์ สุชาดา” บอกมาเป็นเพื่อนสามีพบ DSI พร้อมให้ความร่วมมือ มั่นใจว่าเราบริสุทธิ์ ย้อน “รักชนก” สร้างประเด็นทางการเมือง ยัน ไม่ได้หายไปไหน ด้าน “ไทหยาง ซาง” แจงยินดีให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง


เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 20 ตุลาคม 2569 ภายหลัง น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ หรือ ไอเดียร์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย และนายไทหยาง ซาง (สามี) เข้าพบพนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นานกว่า 3 ชั่วโมง กรณีอาจเกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์และพนันออนไลน์ ผ่านการถือหุ้นในเว็บไซต์พนันออนไลน์ shuffle.com จากนั้นให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ทางดีเอสไอได้เชิญสามีของตนเองมาให้ข้อมูลชี้แจง ก่อนที่จะดึงตัวสามีมาแสดงต่อหน้าสื่อมวลชนและพูดว่า “สามีอยู่นี่ค่ะ”

น.ส.สุชาดา กล่าวต่อไปว่า อย่างที่ตนได้เคยบอกว่าพร้อมชี้แจงข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบทุกหน่วยงาน วันนี้ทางดีเอสไอได้เชิญสามีมาให้ปากคำ และข้อมูล แต่ตนไม่ได้เข้าไปด้วย เพียงมาเป็นเพื่อนเท่านั้น ส่วนกรณีที่สามีถือหุ้นจำนวน 1.47% นั้น อยากให้สอบถามกับทางสามี เพราะตนไม่ได้เข้าไปในห้องสอบสวนปากคำด้วย


ต่อมา น.ส.สุชาดา ได้แปลคำถามของนักข่าวเป็นภาษาอังกฤษและสอบถามไปยังสามีว่า ผู้สื่อข่าวต้องการที่จะสอบถามกรณีที่เข้าไปชี้แจงถึงหุ้นดังกล่าว และเหตุผลว่าทำไมจึงมาพบดีเอสไอในวันนี้ โดยนายไทหยาง ซาง ตอบเป็นภาษาอังกฤษว่า ตนขอบคุณสำหรับคำถามของผู้สื่อข่าว วันนี้ตนมาพบเจ้าหน้าที่ดีเอสไอเพื่อตอบคำถามเกี่ยวกับธุรกิจที่ตนได้ดำเนินการ ซึ่งยินดีที่จะให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องที่กำลังพิจารณาอยู่ และจะให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่ต่อไป โดยตนจะให้ข้อมูลทั้งหมดที่มี และให้เจ้าหน้าที่เป็นผู้พิจารณาตัดสิน

ส่วนกระแสข่าวที่ว่า น.ส.สุชาดา เคยพาสามีเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับชั้นผู้ใหญ่ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ซึ่ง น.ส.สุชาดา ปฏิเสธว่าไม่มีการเข้าพบในส่วนที่เป็นประเด็นเกี่ยวกับคดีอะไรเลย พร้อมย้ำว่า กรณีที่มีประเด็นออกไป เท่าที่ตนได้จับประเด็นตามที่สื่อมวลชนถามเมื่อสักครู่นี้ ทราบว่ามีอดีตนักการเมืองไปพูดถึงข้อมูลและเอาเอกสาร 4-5 ปีที่แล้วมาจับแพะชนแกะ เอามาเรียบเรียงข้อมูลเอง ทั้งที่บางเอกสารเป็นเอกสารเก่า ทำให้ดูเหมือนเป็นเรื่อง แต่หากมาพิจารณากันแล้วจะพบว่าไม่ใช่เรื่องจริง และต้องบอกว่าแบบนี้ไม่ได้เป็นการตั้งคำถามหรือการตรวจสอบ แต่คือประเด็นทางการเมือง หรือเป็นความพยายามสร้างประเด็นในทางการเมือง 

“ในวันนี้ที่ดิฉันมาดีเอสไอเป็นเพื่อนสามี เพราะสามีก็ให้การเพื่อเป็นการยืนยันว่าเรามั่นใจว่าเราบริสุทธิ์ แล้วก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงาน”


ทางด้านคำถามว่ากรณีที่ นายไทหยาง ซาง ไปถือหุ้น 1.47% นั้น สรุปแล้วได้มีการขายหุ้นให้ใครหรือไม่ โดย สส.ไอเดียร์ ไม่ได้ตอบคำถามนี้ ก่อนระบุว่า วันนี้ด้วยความที่ตนไม่ได้เป็นคนให้การ เป็นสามีที่เป็นผู้ให้การกับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอเท่านั้น ฉะนั้น ถ้าหากดีเอสไอจะให้ตนให้การ ตนก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือ เพราะค่อนข้างมีประเด็นเยอะ 

ผู้สื่อข่าวถามต่อกรณีที่ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน มีการแชร์ข้อความข่าวและบอกว่าที่ตนหายไปถึง 3 สัปดาห์ จะกลับมาพร้อมทางรอด มันเหมือนพรรคภูมิใจไทยดูถูกคนไทยเกินไปหรือไม่ น.ส.สุชาดา ระบุว่า ก็อย่างที่บอก มันเป็นการตั้งคำถามที่ไม่ใช่เชิงตรวจสอบ เพราะข้อมูลแต่ละอย่างก็เอามาจากการจับแพะชนแกะ ถือเป็นการสร้างประเด็นทางการเมืองมากกว่า และการมาบอกว่าตนหายไป แท้จริงแล้วก็ไม่ได้หายไปไหน เพราะสามีก็ยังอยู่ในประเทศไทยอย่างที่เห็นกันวันนี้ ตนไม่มีข้อติดใจอะไรกับการตั้งประเด็นคำถามดังกล่าว



 ขณะที่คำถามว่าตอนนี้ น.ส.สุชาดา รู้จัก นายศิริโชค โสภา อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ แล้วหรือยัง เจ้าตัวตอบว่า “ก็ต้องบอกว่า ดิฉันเชื่อว่าทุกคนน่าจะรู้จัก เปิดโทรศัพท์มาเมื่อไรก็เจอ ก็นึกว่าเป็นวอลล์เปเปอร์ค่ะ” และเมื่อถามย้ำว่าตอนนี้ทราบแล้วหรือยังว่าสามีตนเองทำอาชีพอะไร สส.ไอเดียร์ ไม่ได้ตอบคำถาม แต่เมื่อถามต่อไปว่านายกรัฐมนตรีได้กำชับอะไรหรือไม่ น.ส.สุชาดา ระบุว่า นายกรัฐมนตรีไม่ได้มีการกำชับอะไรมาที่ตนเอง สำหรับกรณีที่ชาวบ้านหลายคนไม่เชื่อในการชี้แจงของสามี แบบนี้จะชี้แจงอย่างไรว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์พนันออนไลน์ จะให้ความมั่นใจได้อย่างไร น.ส.สุชาดา ตอบว่า “ดิฉันพร้อมให้ความร่วมมือเต็มที่กับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แล้วก็ได้พูดไปหลายรอบแล้ว” 

จากนั้น น.ส.สุชาดา และสามี ได้ขออนุญาตยุติการให้สัมภาษณ์ก่อนเดินขึ้นรถยนต์ส่วนตัวและเคลื่อนออกจากอาคารศูนย์ราชการ อาคารซี ซึ่งพบว่าทั้งคู่ไม่ได้มีสีหน้าเครียดหรือเป็นกังวลแต่อย่างใด ขณะที่มีความคืบหน้าในส่วนของมือขุดประวัติ น.ส.สุชาดา และสามี มีรายงานว่าวันนี้ เวลา 13.00 น. นายศิริโชค โสภา อดีต สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ เตรียมเข้าให้ข้อมูลกับคณะพนักงานสืบสวน กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ภายหลังจากเดินหน้าเปิดโปงการถือหุ้น 1.47% ของนายไทหยาง ซาง มาอย่างต่อเนื่อง.