อุบล็อกเป้าถล่ม “ไชยชนก” กล่องดวงใจของผู้นำจิตวิญญาณภูมิใจไทย “โรม” ให้เครดิต “ศิริโชค” แฉปม “สส.ไอเดียร์” พร้อมโต้กลับพวกท้าให้แจ้งความ ออกตัวปมใช้ดาบจริยธรรม ไม่ได้คิดไปถึงยุบพรรค
วันที่ 19 ตุลาคม 2569 นายรังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรอบการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า จะต้องคุยผ่านกลไกวิป 3 ฝ่าย จู่ๆ จะกำหนดวันมาให้เลยไม่ได้ ซึ่งเวลาเหมาะสมยืนยันว่า 5 วัน จะมีกรณีเดียวหากจะบอกว่าเอา 3 วัน แสดงว่ารู้สึกไม่ปลอดภัย รู้สึกกังวลว่าการให้เวลากับฝ่ายค้านมากๆ อาจจะส่งผลสะเทือนต่อรัฐบาลได้ ซึ่งขุนพลอภิปรายเตรียมไว้แบบจัดหนักจัดเต็ม ข้อมูลมั่นใจว่าเอาผิดรัฐมนตรีหรือฝั่งรัฐบาลได้
เมื่อถามว่ามีการวิเคราะห์ว่าจะพุ่งเป้าอภิปรายที่ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่องดวงใจของผู้นำจิตวิญญาณพรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายรังสิมันต์ ตอบว่า ตนต้องถามว่าเป็นกล่องดวงใจหรือไม่ หรือเป็นลูกนกในรังที่จะต้องได้รับการปกป้องหรือไม่ แต่สุดท้ายการพุ่งเป้าไม่ได้หยุดอยู่ที่เราต้องการจะพุ่งเป้า แต่อยู่ที่พยานหลักฐานมาว่ากัน ไม่ได้คิดแค่ชั้นเดียว แต่คิดต่อถึงการดำเนินการหลังจากนั้น
นายรังสิมันต์ ยังกล่าวถึงกรณีวันที่ 22 ตุลาคมนี้ กมธ.การกฎหมายฯ เชิญ น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย และนายไท่หยาง ซาง สามี เขามาชี้แจงว่า การเชิญครั้งนี้เป็นอำนาจของประธาน กมธ. ที่บรรจุเรื่องในระเบียบวาระ ถ้าอย่างไร น.ส.สุชาดา ช่วยมาเพื่อชี้แจง ถ้าไม่ชี้แจงก็ยิ่งจะทำให้สังคมสงสัยว่าสิ่งที่ น.ส.สุชาดา เรียกร้องคือพูดไปงั้นๆ และ กมธ.ส่วนใหญ่เป็นฝ่ายรัฐบาล แม้ว่าตนจะเป็นประธานก็ไม่สามารถใช้อำนาจในการกลั่นแกล้งได้แน่นอน เราจะใช้อำนาจอย่างตรงไปตรงมา
ส่วนกรณีที่สามีของ น.ส.สุชาดา ถือหุ้นเว็บพนัน นายรังสิมันต์ ระบุว่า หากเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจคงทำไม่ได้ เพราะ น.ส.สุชาดา ไม่ได้เป็นรัฐมนตรี วันนี้ต้องให้เครดิตกับ นายศิริโชค โสภา อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ว่าการเปิดเผยล่าสุดแสดงให้เห็นว่าเหรียญ SHFL (Shuffle) ที่ถูกกำหนดโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ทำให้เห็นปัญหาว่าเรื่องการพนันออนไลน์ไม่ได้หมดไป สิ่งที่ตนเน้นตอนนี้ไม่ใช่ต้องการดำเนินการทางกฎหมายกับ น.ส.สุชาดา เพียงอย่างเดียว แต่ตั้งข้อสังเกตว่าหน่วยงานรัฐทำงานโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ หากไม่ดำเนินการสุดท้ายจะกลายเป็นปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ ปัญหาไม่ได้แค่ สส. 1 คน ที่เกี่ยวข้องกับเว็บพนัน แต่ระบบของเราทั้งระบบมีคนที่ไม่แตกต่างกับอาชญากรไปอยู่ข้างใน แล้วใช้อำนาจรัฐในการเกื้อหนุนให้กับบรรดาอาชญากรต่างๆ ต่อไป
ดังนั้น คนที่วิพากษ์วิจารณ์เรื่องการไม่แจ้งความดำเนินคดีคือคนที่ไม่เข้าใจการทำงาน เพราะคดีนี้ผิดอาญาแผ่นดินหรือไม่ คดีนี้ในฐานะของฝ่ายตรวจสอบ เราไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องการดำเนินคดี สส. 1 คน แต่เรากำลังมองว่าผู้มีอำนาจรัฐช่วยหรือไม่ เรื่องมันใหญ่กว่านั้น “คุณปิดที่เว็บ แล้วคุณเว้นเว็บสส.ไอเดียร์ สส.ไอเดียร์ยอมรับแล้วว่าสามีถือหุ้น ยอมรับเองเลย ไม่ต้องพิสูจน์กันแล้วว่า นายไท่หยาง เป็นคนเดียวกันหรือไม่ ถือหุ้น 1% เมื่อเป็นแบบนี้ ก็ต้องตั้งคำถามว่าหน่วยงานดีเอสไอ เพราะไม่ใช่ส้มก็เลยไม่ตรวจสอบ หากเป็นแบบนี้คุณก็กำลังปฏิบัติหน้าที่ถูกต้องตามกฎหมายใช่หรือไม่ หรือเป็นผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างไร หรือกลัวว่าจะขยายวงไปถึงผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองคนอื่นๆ หรือไม่”
ผู้สื่อข่าวถามต่อถึงเรื่องจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองของ น.ส.สุชาดา โดย นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ก่อนจะถึงคดีอาญา มีคดีทางแพ่ง คือการยึดอายัดทรัพย์ในกรณีการร่ำรวยผิดปกติและไม่สามารถชี้แจงที่มาของรายได้ แต่ตนยังไม่เห็นความเคลื่อนไหวของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) อย่าให้ถูกกล่าวหาว่ามีการตัดตอนเรื่องนี้ ส่วนเรื่องจริยธรรมทุกคนรู้ว่าพรรคประชาชนมีข้อห่วงกังวลเรื่องนี้ แต่เราไม่อยากเห็นการใช้นิติสงคราม ซึ่งเป็นขอบเขตที่เป็นดุลพินิจกว้างขวาง
ทางด้านคำถามว่าเส้นเงินอาจจะโยงไปถึงพรรคภูมิใจไทย ถึงขั้นยุบพรรคได้หรือไม่ นายรังสิมันต์ ตอบว่า ส่วนตัวไม่รู้ในรายละเอียดว่าเงินของพรรคภูมิใจไทยมีที่มาอย่างไร แต่ก่อนไปถึงการยุบพรรค สิ่งที่ต้องดำเนินการลำดับแรกคือดูรายละเอียดทั้งหมดว่าเข้าข้อกฎหมายอะไรบ้าง เรื่องยุบพรรค ทุกคนเข้าใจว่าพรรคประชาชนมีจุดยืนอย่างไร ทั้งนี้ ต้องไปดูรายละเอียดในการบริจาคทั้งหมด ตนไม่มั่นใจว่าอาจไม่ใช่แค่เงินเดือน อาจจะมีมากกว่านั้น จึงต้องไปดูที่มาและต้องดูว่าเป็นเงินเว็บพนันหรือไม่ และถ้าหากเป็นเงินเว็บพนันพรรครู้หรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้มีหลายรายละเอียดที่ต้องไปดูต่อ
ถ้าหากกลับไปสู่จุดตั้งต้น เราไม่เคยคิดว่าพรรคการเมืองที่ตั้งขึ้นมาไม่ควรจะต้องถูกยุบด้วยกลไกพวกนี้ เว้นแต่พรรคนั้นมีวัตถุประสงค์ทำผิดตั้งแต่ต้นหรือเกิดมาเพื่อเป็นโจร การให้เงินสนับสนุนเพื่อนำไปสู่การยุบพรรคถือว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ในกรณีนี้ ตนให้น้ำหนักว่าหากมีการตัดสินว่าทำผิดจริง เส้นเงินทุกอย่างชัดเจน คงไม่ได้คิดไปถึงการยุบพรรค สิ่งที่อยากเห็นมากกว่าคือความรับผิดชอบทางกฎหมายและทางการเมืองของนายไชยชนก รวมถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เกี่ยวข้องอย่างไรกับเรื่องนี้.


