ไม่ต้องสนหน้าอินทร์หน้าพรหม ปราบนอมินีถือครองที่ดิน นายกฯ สั่งสอบให้จบ ธ.ค. 69 ชี้ ปิดชื่อถือพฤติกรรมลดโรคความจำเสื่อม ไม่ต้องมาถาม “รู้ไหมผมเป็นใคร” เร่งบังคับขายที่ดินเอาเงินกลับเข้ารัฐ


เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 19 ตุลาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดปฏิบัติการปราบนอมินี บังคับจำหน่าย และตรวจสอบการถือครองที่ดินกลุ่มเสี่ยง ปกป้องผลประโยชน์ชาติ ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยกล่าวว่า การเปิดปฏิบัติการปราบนอมินีการถือครองที่ดินในวันนี้ เป็นการยืนยันเจตนารมณ์ของรัฐบาลอย่างชัดเจนว่าจะดำเนินการอย่างจริงจังกับการถือครองที่ดินของบุคคลต่างด้าวโดยมิชอบที่หลีกเลี่ยงกฎหมายไทย ซึ่งที่ดินเป็นทรัพยากรสำคัญของประเทศ การถือครองและการใช้ประโยชน์ต้องเป็นไปโดยถูกต้องตามกฎหมาย เป็นธรรม และไม่เปิดช่องให้มีการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ เพราะปัญหานี้ไม่เพียงกระทบต่อความเป็นธรรมในการใช้ทรัพยากรของประเทศ แต่ยังกระทบต่อความมั่นคง และความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการบังคับใช้กฎหมายของรัฐ

พร้อมยืนยันว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมารัฐบาลให้ความสำคัญกับการป้องกันปราบทุนเทา ธุรกิจผิดกฎหมาย และเครือข่ายนอมินี ในนามรัฐบาลขอแสดงความชื่นชมต่อหน่วยงานทั้งหลาย อาทิ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กรมการปกครอง สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รวมถึงหน่วยงานอื่นๆ ที่บูรณาการร่วมกันทำให้เกิดผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน และไม่สามารถเอาเปรียบประชาชนคนไทยได้


นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อไปว่า การตรวจสอบจะต้องไม่หยุดแค่ตรวจชื่อผู้ถือครองบนหลังโฉนดหรือชื่อผู้ถือหุ้นในใบหุ้นเท่านั้น แต่ต้องตรวจสอบให้ถึงผู้มีอำนาจที่อยู่เบื้องหลังการควบคุมผลประโยชน์ที่แท้จริง ตลอดจนตรวจสอบเส้นทางทรัพย์สิน และบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการกับผู้กระทำผิด และขยายผลถึงเครือข่ายได้อย่างตรงจุดครบถ้วนตามกฎหมาย ขณะเดียวกัน รัฐบาลยืนยันว่าประเทศไทยยังยินดีต้อนรับและสนับสนุนการลงทุนจากต่างประเทศที่มาด้วยความสุจริต โปร่งใส ปฏิบัติตามกฎหมายไทย เคารพสิทธิประชาชนคนไทย รวมถึงการถือครองสิทธิในที่ดินที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย ส่งเสริมการลงทุน และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 

ดังนั้น การดำเนินงานครั้งนี้ต้องตั้งบนหลักสำคัญคือจริงจังกับผู้กระทำผิด และเป็นธรรมกับผู้ปฏิบัติที่ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบบุคคลหรือนิติบุคคล ซึ่งความสำเร็จจะไม่ได้วัดเฉพาะที่ตรวจพบเท่านั้น แต่จะวัดจากการได้ข้อยุติ และการใช้กฎหมายให้เกิดผลอย่างแท้จริง ซึ่งภารกิจนี้ไม่สามารถดำเนินการได้โดยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่ต้องบูรณาการความร่วมมือ ตนเข้ามาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ขอให้มีการบูรณาการทำงานร่วมกันไม่ใช่เฉพาะภายในกระทรวงมหาดไทยเท่านั้น ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี ความร่วมมือนี้ไม่ใช่เฉพาะเรื่องนี้เรื่องเดียว แต่จะเห็นได้ว่ายังมีเรื่องการตรวจสอบทุจริตสอบท้องถิ่นที่ได้จากการร่วมมือนี้ จนสามารถดำเนินการกับผู้ที่กระทำการไม่สุจริตได้ด้วยความรวดเร็ว


ในส่วนของกรมที่ดิน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าต้องดูเรื่องการถือครองและการจำหน่ายที่ดิน ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ต้องตรวจสอบสิทธิ และเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน การขับเคลื่อนตั้งแต่วันนี้ทางรัฐบาลจึงขอให้ดำเนินการ 3 ประการ คือ 

1. ให้เร่งตรวจสอบกลุ่มเสี่ยงเพื่อให้ได้ข้อยุติเป็นรายกรณี โดยกรมที่ดิน และผู้ว่าราชการจังหวัด จะจัดลำดับความสำคัญในการตรวจสอบ พร้อมกำหนดผู้รับผิดชอบ ขั้นตอนดำเนินงาน และกรอบเวลาให้ชัดเจน หากพบความเชื่อมโยงเครือข่ายจะต้องส่งต่อหรือขยายผลไปยังหน่วยงานอื่นๆ ที่มีอำนาจโดยไม่ชักช้า ซึ่งการตรวจสอบกลุ่มเสี่ยงขอให้ตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2569 ถ้าขยายผลได้เรื่อยๆ จะทำให้สามารถเพิกถอนสิทธิต่างๆ ของผู้กระทำผิดกฎหมายต่างชาติที่เข้ามาใช้ประโยชน์เอาเปรียบคนไทย ซึ่งเราได้ดำเนินการไปแล้วโดยรัฐบาลชุดนี้ได้ออกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องของการเนรเทศผู้กระทำผิดหรือผู้ไม่พึงประสงค์ให้อยู่ในประเทศ โดยมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการเพิกถอนสัญชาติสำหรับคนต่างชาติที่เข้ามามีพฤติกรรมไม่เคารพคนไทย ไม่เคารพกฎหมายไทย

2. การดำเนินการบังคับจำหน่ายที่ดิน และติดตามให้เกิดผลจริงในการตรวจสอบ หากพบว่ามีการถือครองที่ดินโดยมิชอบ เมื่อดำเนินการตามกฎหมายแล้วต้องตรวจสอบการปราบปรามพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อไม่ให้เปลี่ยนนอมินีจากรายหนึ่งสู่รายหนึ่งทำให้ปัญหาวนเวียนอยู่เช่นนี้ 

3. การปิดช่องปิดโอกาส และสร้างระบบการป้องกันระยะยาว โดยทุกหน่วยงานจะนำข้อค้นพบจากการปฏิบัติการครั้งนี้มาปรับปรุงระบบเฝ้าระวังทั้งก่อน และหลังการจดทะเบียนสิทธิหรือนิติกรรม รวมถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้น และพฤติกรรมที่อาจนำไปสู่การถือครองที่ดินแทนของคนต่างด้าว เปิดช่องทางรับเบาะแสที่เข้าถึงได้ และเผยแพร่ผลการดำเนินงานในภาพรวมอย่างสม่ำเสมอ โดยคำนึงถึงสิทธิของผู้ที่เกี่ยวข้อง และไม่กระทบต่อรูปคดี


นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด และเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด นำข้อสั่งการนี้ไปสู่การปฏิบัติในพื้นที่โดยทันที ย้ำว่ารัฐบาลมุ่งมั่นดำเนินการอย่างจริงจังบนหลักธรรมาภิบาล โปร่งใส เป็นธรรม และยึดกฎหมาย เพื่อปกป้องผลประโยชน์ประเทศ รักษาความเชื่อมั่นของประชาชน และสร้างความมั่นใจให้กับผู้ประกอบการ นักลงทุนที่ดำเนินธุรกิจโดยสุจริต และเคารพกฎหมาย โดยใช้แนวทางปิดชื่อถือพฤติกรรม ซึ่งเป็นแนวทางที่รัฐบาลได้ยึดถือ และมอบหมายให้หน่วยงานต่างๆ เข้าไปดำเนินการในเรื่องนี้ คนที่เข้าไปดำเนินการในเรื่องนี้ได้ส่วนใหญ่เป็น somebody ไม่ใช่คนทั่วไป มีอิทธิพลบ้าง แต่ไม่มีอิทธิพลใดที่จะเหนือจากอิทธิพลของรัฐบาล อิทธิพลของเจ้าหน้าที่ เจ้าพนักงานของรัฐบาลไทย  ซึ่งเราดำเนินการภายใต้กฎหมาย ไม่ต้องไปกลัวหน้าอินทร์หน้าพรหม รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลที่มีความชัดเจน 

“แนวทางปิดชื่อถือพฤติกรรม เป็นการลดโรคความจำเสื่อม ไม่ต้องมาถามว่ารู้ไหมผมเป็นใคร ถ้าทำผิดกฎหมายเปิดชื่อมาเป็นใครรัฐบาลก็ดำเนินการ รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องแม้กระทั่งผู้บริหารหน่วยงานตอบสนองเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี และได้แก้ไขปัญหาโรคความจำเสื่อมได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง ทุกท่านทราบดีว่ารัฐบาลอยู่กับพวกท่านตลอดเวลา ทำให้ดำเนินการยึดทรัพย์ ดำเนินคดี เพื่อไม่ให้เรื่องยาเสพติด ทุนเทา นอมินี สแกมเมอร์หรือเรื่องทุจริตต่างๆ เกิดขึ้น”

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ระบุด้วยว่า บางคนถามว่าเป็นนายกฯ ทำไมต้องมารู้เรื่องนี้เยอะแยะ ทำไมต้องลงไปในพื้นที่ด้วยกัน ตนไม่ได้เป็นนายกฯ อย่างเดียว แต่เป็น มท.1 (รมว.มหาดไทย) ด้วย บางครั้งต้องลงไปทำงานแบบศีรษะชนศีรษะกับท่าน เพื่อคลายกังวลให้กับประชาชนได้เร็วที่สุด และผลงานเป็นที่ประจักษ์ชัดยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องทำด้วยกัน ทั้งปราบยาเสพติด บ่อนการพนัน สถานบันเทิงผิดกฎหมาย การค้ามนุษย์ สิ่งเหล่านี้ยังต้องเข้าไปดำเนินการอย่างต่อเนื่องกับคนที่ไม่เคารพกฎหมายบ้านเมือง ขอให้มั่นใจว่าสิ่งที่ทุกท่านปฏิบัติหน้าที่จะได้รับการปกป้องรักษาอย่างเต็มที่จากรัฐบาล ไม่มีใครจะมาทำให้ท่านได้รับผลกระทบจากสิ่งที่ได้ดำเนินการ ตนขอให้คำยืนยันว่าท่านจะมีความปลอดภัยจากการดำเนินการทุกสิ่ง ตรงกันข้ามถ้าใครมาทำให้ท่านเดือดร้อนคนนั้นจะเดือดร้อนแทน

“ถ้าเร่งบังคับขายที่ดินได้ก็จะมีเงินหมุนเวียนเข้ามาหลักหมื่นกว่าล้านบาท ทำให้เกิดความชัดเจน และเกิดความเป็นธรรมให้กับคนไทยถือเป็นเป้าหมายของรัฐบาล”