เดือดไม่หยุด พรรคภูมิใจไทย-พรรคประชาธิปัตย์ ฟาดใส่กันยับ ไม่มีใครยอมใคร ปมสามีสส.ไอเดียร์-หัวข้ออภิปรายไม่ไว้วางใจ “โง่-ห่วย-เลว”


เมื่อวลี “โง่-ห่วย-เลว” ซึ่งเป็นหัวข้ออภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ กลายเป็นการจุดฉนวนไฟร้อน ให้พรรคภูมิใจไทย ต้องออกมาโต้กลับ พรรคประชาธิปัตย์ อย่างดุเดือดเผ็ดมัน โหมโรงเป็นเชื้อไฟคู่กับประเด็นความร่ำรวยของสามี สส.ไอเดียร์ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย 

ทำให้วันนี้ทั้งวัน ตั้งแต่หัวแถว ยันลูกพรรค ทั้งค่ายสีน้ำเงิน อย่างภูมิใจไทย และ ค่ายสีฟ้า อย่าง พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาตอบโต้กันอย่างไม่มีใครยอมใคร แลกกันคนละหมัด


“สิริพงศ์” เปิดก่อน โพสต์ปริศนา ฝ่านรกมาเกิด ต้องฆ่าคนอื่น


เริ่มด้วย นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ออกมาโพสต์เป็นปริศนาว่า 

“บางคนเคยโดดเด่น แต่เหมือนจะตายไปแล้ว วันนี้มาแจ้งเกิด โดยต้องฆ่าคนอื่น ไม่มีความดีที่ทำให้เกิดได้เหรอครับ ? อย่างนี้เหมือนชื่อหนัง ฝ่านรกมาเกิด พูดเรื่อง คนอื่นนะครับ ขอบคุณที่เป็นห่วง” โดยมีนางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เข้ามาคอมเมนต์ ว่า “เอาเรื่องเท็จมาพูด จนเกิดกระแส … วันนี้ ออก3-4 รายการ.. พูดเรื่องเท็จ ให้คนเชื่อ …”  นอกจากนี้ยังมีนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้ามาคอมเมนต์เสริม ถามว่า “ใครอะ” โดยนายสิริพงศ์ ได้มาตอบกลับว่า “โสภาไหม”


“ศุภชัย” มาต่อ ถาม พรรคอะไร? โง่-ห่วย-เลว กันแน่

 

ตามมาติดๆ กับ นายศุภชัย ใจสมุทร  สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ที่ออกมาโพสต์ตอบโต้พรรคประชาธิปัตย์ เรื่องหัวข้ออภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล “โง่-ห่วย-เลว” แบบเจ็บแสบว่า หากจะใช้มาตรฐานตรวจสอบทางการเมืองกับผู้อื่น ก็ควรใช้มาตรฐานเดียวกันกับตัวเอง พร้อมตั้งคำถามว่า “พรรคอะไร….?


โง่ — การบริหารเศรษฐกิจช่วงวิกฤตจนเป็นหนี้ IMF 5.1 แสนล้าน และขายหนี้มูลค่า 851,000 แสนล้านไปในราคา 190,000 แสนล้าน ผ่าน ปรส. ประเทศชาติเสียหายอย่างมหันต์เป็นประวัติศาสตร์ จนผู้บริหาร ปรส. ติดคุกจนทุกวันนี้


ห่วย — ตลอด 30 ปีนับจากปี 2539 แพ้เลือกตั้งมาตลอด พรรคไม่เคยกลับมาชนะการเลือกตั้งทั่วไปเป็นอันดับหนึ่งอีก สาละวันเตี้ยลง จากได้เกิน 100 เหลือเพียง 20 เพราะประชาชนหมดความเชื่อถือ


เลว— กรณีอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีปี 2539 ถือเอกสารอยู่แผ่นเดียว อภิปรายถือโชว์แกว่งไปมาในสภา ซึ่งต่อมามีข้อสงสัยเกี่ยวกับความเท็จของเอกสาร แต่ไม่มีใครเคยรับผิดชอบ ก่อนตรวจสอบผู้อื่น ควรตอบคำถามจากประวัติศาสตร์ของตัวเองให้ชัดเจนเสียก่อน


นายกฯ เอาด้วย ย้อน “การดี” พูดถึงตัวรัฐบาลหรือพูดถึงตัวเอง

วลี “โง่-ห่วย-เลว”  ไม่จบง่ายๆ เมื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ยังให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ ที่นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตั้ง 3 ปม ซักฟอกรัฐบาลว่า “โง่-ห่วย-เลว” โดยนายอนุทิน ถึงกับหัวเราะและย้อนถามสื่อมวลชนว่า “เห้ย เขาพูดแบบนี้เลยเหรอ เขาพูดคำว่าโง่ด้วยเหรอ” ก่อนจะย้อนถามผู้สื่อข่าวอีกว่า “เขาพูดถึงตัวรัฐบาลหรือพูดถึงตัวเขาเอง”  ก่อนจะปิดท้ายว่า ก็เป็นวาทกรรม ของพรรคที่เคยมี 100 กว่าเสียง และเหลืออยู่ มี 10 กว่าเสียง ที่พูดกับพรรคที่เคยมีอยู่ 10 กว่าเสียง และขึ้นไปเป็นเกือบ 200 เสียง ก็ไม่รู้ว่าใครโง่ใครห่วยใครเลว


โฆษกรัฐบาล ก็รับลูก ซัดวาทกรรมการเมือง ฝ่ายค้านแย่งซีนกันเอง

ส่วนนายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็ออกมารับลูกไม่แพ้กัน พร้อมตอบโต้พรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะนางการดีอย่างเจ็บแสบ ว่าเป็นวาทกรรมทางการเมือง ที่แย่งซีนกันเองระหว่างพรรคฝ่ายค้าน หากจะพูดคุยกันด้วยเหตุและผล เพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนในสภาผู้แทนราษฎร ก็ไม่จำเป็นต้องใช้คำหยาบคายหรือกล่าวหาว่าใครโง่ 


พรรคสีฟ้า ขอฟาดกลับ- “ศิริภา” เหน็บ “ศุภชัย” ศึกษาข้อมูลก่อนโพสต์ด้วย

ตัดมาที่พรรคสีฟ้า “ประชาธิปัตย์” ไม่รอช้า ฟาดกลับแบบสู้คน เริ่มที่ น.ส.ศิริภา อินทวิเชียร รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แชร์ข่าวของ นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย ที่ออกมาโพสต์ ประเด็นร้อน “โง่ ห่วย เลว” ว่า กรณีหนี้ IMF ควรศึกษาข้อมูลก่อนโพสต์ เพราะการแก้หนี้ IMF นายชวน หลีกภัย ได้รับการยกย่องว่าเป็น วีรบุรุษ IMF ตัวจริง ในการแก้ปัญหา โดยมีดรีมทีมเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ทั้งนายธารินทร์ นิมมานเหมินท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายศุภชัย พานิชภักดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ขณะนั้น มีการฟื้นฟูเศรษฐกิจ แก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในรัฐบาลก่อน โดยเริ่มทยอยชำระคืนมากที่สุด ก่อนมาปิดหนี้ในรัฐบาลถัดไป

“ศิริโชค” ขอบคุณ “ศุภชัย” อยู่ๆ ก็เฉลยเรื่องเงินบริจาคพรรคเอง

ส่วนนายศิริโชค โสภา อดีต สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาโพสต์ขอบคุณนายศุภชัย ที่ออกมาเฉลยเรื่องเงินบริจาคในพรรคภูมิใจไทย ว่า พรรคภูมิใจไทยมีข้อตกลงให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองบริจาคเงินตามตำแหน่ง คือ เลขานุการและที่ปรึกษารัฐมนตรีเดือนละ 10,000 บาท, สส.เดือนละ 30,000 บาท และรัฐมนตรีเดือนละ 50,000 บาท และยืนยันว่าทำกันมานานแล้วและตรวจสอบได้ แต่จากบัญชีเงินบริจาคที่ตนตรวจสอบ ในปี 2568 ช่วงที่พรรคภูมิใจไทยยังร่วมรัฐบาล กลับพบชื่อรัฐมนตรีบริจาคเพียง 2–3 คน ส่วนในช่วงรัฐบาลอนุทิน 1 ไม่พบชื่อรัฐมนตรีบริจาคตามอัตราที่อธิบาย จึงมีคำถามว่าตกลงรัฐมนตรีบริจาคกันทุกเดือนจริงหรือไม่ หรือข้อตกลงนี้ใช้เฉพาะบางคน? นายศุภชัยกลับช่วยยืนยันข้อเท็จจริงสำคัญในกรณีของ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ ให้ผมโดยไม่รู้ตัว

ขณะที่ก่อนหน้านี้ น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย โฆษกพรรคภูมิใจไทย ออกมาอธิบายว่า เงินบริจาคของสุชาดาเป็นเงินที่หักจากเงินเดือน สส. โดยสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรส่งให้พรรคโดยตรง ฟังดูเหมือนทุกอย่างเรียบร้อย เงินมาจากเงินเดือน มีระบบหักเงิน มีหลักฐานตรวจสอบได้

“แต่ปัญหาคือ สุชาดาบริจาคเงินเดือนละ 10,000 บาท ตั้งแต่ก่อนเป็น สส. ซึ่งสำนักงานเลขาธิการสภาฯจะไปหักเงินเดือน สส. จากคนที่ยังไม่ได้เป็น สส.ได้อย่างไร? แล้วศุภชัยก็ออกมาเฉลยเองว่า ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เช่น เลขานุการและที่ปรึกษารัฐมนตรี บริจาคเงินโดยตรงให้เหรัญญิกพรรคทุกเดือน ขอบคุณมากครับคุณศุภชัย”


“การดี” ถาม พรรคสีน้ำเงิน “โง่-ห่วย-เลว” แทงใจเหรอ อ่านให้ครบก่อน


คนที่ตอบกลับแบบเจ็บแสบไม่แพ้กันอีกคนคือ นางการดี เลียวไพโรจน์ หรือ ดร.อ้อ สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีนายศุภชัย ว่า “อ้อไม่เถียงเลยว่าพรรคประชาธิปัตย์ ผ่านทั้งความสำเร็จและบทเรียน ปีนี้ครบรอบ 80 ปีแล้ว มีทั้งขึ้นและลง บทเรียนและความสำเร็จ สำคัญกว่านั้น เรามองไปข้างหน้า เพื่ออนาคตใกล้ไกลของประเทศเสมอ วันนี้ประชาธิปัตย์มี 21 เสียง แล้วไงเหรอคะ ไม่เห็นว่ามันจะเป็นปัญหาเลย แค่ทำงานหนักราวกับมี 200 คน


แล้วพรรคท่านล่ะคะ มีอุดมการณ์แบบนี้ไหม มันเป็นวิถีปกติ และอุปนิสัยของหลายคนพรรคท่าน คือ ใครถามมา ต้องด่ากลับก่อน ก่อนที่จะติดกับดัก หัวข้อข่าวแทงใจ ง. ห. ล. ซึ่งอยากชวนท่าน ฟังและอ่านให้ครบก่อน”


“กรณ์” ฟาดแรง อย่าห่วงตัวเลข สส.พรรคสีฟ้า ไปห่วงประชาชนดีกว่า


ปิดท้ายที่นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่โพสต์สั้นๆ แต่ได้ใจความว่า “ไม่ต้องเป็นห่วงตัวเลขสส.ของพวกผมเลยครับ

เป็นห่วงความเดือดร้อนของประชาชนดีกว่า”



กราฟิก : สถิตย์ เชื้อพรรณงาม