“ณัฐพงษ์” ลุยขอนแก่น แนะรัฐบาลรื้อระบบบริหารจัดการลุ่มน้ำชี-พอง รับมือท่วม-แล้งซ้ำซาก พร้อมเร่งรัดโครงการระบายน้ำเมืองขอนแก่นที่ล่าช้า
วันที่ 16 ตุลาคม 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย สส. และทีมงานพรรคประชาชน เดินทางไปจังหวัดขอนแก่น เพื่อหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงแนวทางการบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำชี-ลุ่มน้ำพอง การวางแผนใช้น้ำเพื่อการเกษตรในระยะยาว รวมถึงติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในเขตเมืองขอนแก่น และติดตามโครงการขุดเชื่อมท่อระบายน้ำขนาดใหญ่ที่มีความล่าช้า
นายณัฐพงษ์ระบุว่า สิ่งสำคัญในการเดินทางมาครั้งนี้คือการหารือถึงแนวทางการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำชี-ลุ่มน้ำพอง เพื่อแก้ไขปัญหาการจัดการน้ำของภาคอีสานให้เป็นภาพเดียวกันทั้งระบบ เนื่องจากพื้นที่ต้นน้ำย่อมส่งผลกระทบต่อพื้นที่กลางน้ำและปลายน้ำ โดยเฉพาะลุ่มน้ำชีและลุ่มน้ำมูลที่เชื่อมโยงพื้นที่เกษตรกรรมและชุมชนหลายจังหวัดเข้าด้วยกัน
ที่ผ่านมาพี่น้องประชาชนในภาคอีสานต้องเผชิญกับปัญหาเดิมๆ ซ้ำซากทุกปี ในฤดูฝนหลายพื้นที่ต้องเร่งระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วม แต่เมื่อเข้าสู่ฤดูแล้ง เกษตรกรกลับประสบปัญหาขาดแคลนน้ำสำหรับการเพาะปลูก จึงถึงเวลาแล้วที่จะต้องทบทวนการบริหารจัดการน้ำอย่างจริงจัง ตั้งแต่การบริหารจัดการน้ำในเขื่อน อ่างเก็บน้ำ การพัฒนาระบบชลประทาน การจัดสรรน้ำเพื่อการเกษตร ไปจนถึงการวางแผนรับมืออุทกภัย โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำงานร่วมกันบนแผนบริหารจัดการน้ำระดับลุ่มน้ำ
นอกจากนี้ นายณัฐพงษ์และคณะยังได้เดินทางไปยังบริเวณถนนมิตรภาพ เพื่อติดตามโครงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในเขตเมืองขอนแก่น ซึ่งมีการก่อสร้างระบบระบายน้ำใต้ดินด้วยเทคนิค Pipe Jacking เพื่อระบายน้ำไปยังบึงทุ่งสร้าง รวมถึงจุดผันน้ำบริเวณบึงหนองโคตร ซึ่งเป็นโครงการระบายน้ำระยะที่ 1 ของกรมโยธาธิการและผังเมือง งบประมาณกว่า 376 ล้านบาท
โครงการดังกล่าวประสบปัญหาความล่าช้าจากอุปสรรคทางวิศวกรรม ทั้งสภาพชั้นดิน แนวเจาะที่ต้องปรับเปลี่ยน และปัญหาเครื่องจักร จากเดิมที่คาดว่าจะแล้วเสร็จตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมา จึงจำเป็นต้องเร่งติดตามความคืบหน้าให้ชัดเจน เพื่อให้ระบบระบายน้ำสามารถช่วยผันน้ำได้สะดวกยิ่งขึ้น
“การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมเมืองและการบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตร ต้องมองเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการน้ำในภาพรวม การลงทุนด้านน้ำจึงต้องมีแผนที่เชื่อมโยงกันทั้งลุ่มน้ำ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทั้งการป้องกันน้ำท่วม การกักเก็บน้ำ และการจัดสรรน้ำให้เพียงพอ เพราะภาคอีสานมีสัดส่วนประชาชนประกอบอาชีพเกษตรกรรมสูงที่สุดในประเทศ รัฐบาลจึงต้องให้ความสำคัญกับการวางโครงสร้างพื้นฐานเรื่องน้ำอย่างเป็นระบบในระยะยาว” นายณัฐพงษ์ กล่าวและว่า
เป้าหมายสำคัญของการบริหารจัดการน้ำในภาคอีสาน คือการทำให้ประชาชนมีน้ำใช้อย่างเพียงพอในฤดูแล้ง สามารถวางแผนชีวิตและการประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคงในระยะยาว เพื่อสร้างผลผลิตทางการเกษตรได้มากขึ้นและยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน


