“รักชนก” เบรกดราม่ากระแสชงยุบพรรคภูมิใจไทย เหตุ “สุชาดา” บริจาคเงินเข้าพรรค ย้ำกฎหมายต้องเป็นกฎหมาย หากแจ้งทรัพย์สินเท็จ-คู่สมรสเป็นเจ้าของเว็บพนันต้องดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด


วันที่ 15 ต.ค.2569 น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.พรรคประชาชน โพสต์ข้อความถึงกรณีของน.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทยว่า อาจจะมีหลายข้อหาที่ควรต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย เช่น การแจ้งบัญชีทรัพย์สินเท็จต่อ ปปช. มีโทษอาญา นำไปสู่การพ้นตำแหน่งและตัดสิทธิ์ทางการเมือง , การที่มีคู่สมรสเป็นเจ้าของเว็บพนันที่จดทะเบียนในต่างประเทศและให้บริการในประเทศไทย ตนเห็นว่าทั้งสองเรื่องนี้ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย


โดยน.ส.รักชนก กล่าวว่า แต่กรณีที่มีเส้นเงินของน.ส.สุชาดา บริจาคเข้าพรรคภูมิใจไทย แล้วเรียกร้องให้ไปถึงขั้นยุบพรรคนั้น ตนคิดว่าต้องพิจารณาและวางหลักกันให้ดี อย่าเฮโลสนับสนุนกันไปเพียงเพราะไม่ชอบน.ส.สุชาดาหรือไม่ชอบพรรคภูมิใจไทย แต่ต้องดูหลักการของกฎหมายและดูบริบทประกอบ


“ถ้าหากเงินจากเว็บพนันถูกนำมาหล่อเลี้ยงพรรคการเมืองอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ถูกนำมาจ่ายเป็นค่าบริหารจัดการพรรค จ่ายเป็นค่าพนักงาน จ่ายเป็นค่าดำเนินการอื่นๆ เช่น จัดกิจกรรมเพื่อให้ได้มาซึ่งสมาชิกพรรค หรือ ใช้รณรงค์หาเสียงเพื่อเข้าสู่อำนาจรัฐ พูดง่ายๆ คือ เอาเงินเว็บพนันมาสร้างพรรคการเมืองและหล่อเลี้ยงให้อยู่ได้ด้วยเงินนั้น กรณีดิฉันเห็นว่าควรไปถึงขั้นยุบพรรคและตัดสิทธิ์กรรมการบริหาร


แต่ถ้าหากเป็นกรณีการตัดเงินเดือน สส. เข้าพรรค หรือ บริจาคเป็นครั้งเป็นคราว แล้ว สส. คนนั้นๆ มีความเกี่ยวโยงกับเว็บพนัน เช่น มีคนใกล้ชิดหรือมีสามีเป็นเจ้าของเว็บพนัน ในกรณีนี้ดิฉันเห็นว่าควรพิจารณาให้ดี ไม่ควรวางหลักให้ไกลไปถึงขั้นยุบพรรคและตัดสิทธิ์กรรมการบริหาร

เพราะถ้าวางหลักการเอาไว้เช่นนี้ ต่อไปในภายภาคหน้า หากหมั่นไส้หรือไม่ชอบพรรคการเมืองไหน ก็แค่หาคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเว็บพนัน แล้วทำยังไงก็ได้ให้เงินจากคนๆ นั้นถูกโอนเข้าพรรคการเมือง เช่นนั้นพรรคการเมืองก็คงโดนยุบกันไม่เว้นแต่ละวัน และ พรรคที่จะโดนเล่นงานมากที่สุด ก็คือพรรคที่ไม่มีเพื่อนซี้เป็นเจ้าของเว็บพนัน หรือ พรรคที่มีนโยบายที่เป็นปฏิปักษ์กับเว็บพนันนั่นแหละที่จะโดนกำจัดก่อนเลย”


น.ส.รักชนก กล่าวด้วยว่า ดังนั้น แม้จะเป็นคนที่คุยไม่ชอบหน้า แม้ว่าเขาจะกระทำผิดในเรื่องอื่น แต่ไม่สมควรเหมารวมและสนับสนุนให้เขาถูกลงโทษในเรื่องที่มันไม่สมเหตุสมผลและ แม้จะเป็นพรรคการเมืองที่ท่านไม่ได้สนับสนุน แม้ว่าจะเป็นพรรคที่ไร้อุดมการณ์เพื่อประชาชน แต่ก็ไม่สมควรสนับสนุนให้มีการยุบพรรคและตัดสิทธิ์กรรมการบริหาร


“ดิฉันขอยืนยันว่า พรรคการเมืองควรจะถูกยุบด้วยเหตุผลเดียว คือไม่มีประชาชนสนับสนุนอีกต่อไปแล้ว และพรรคการเมืองนั้นจะจางหายจากผู้คนไปตามกาลเวลา อยากให้สังคมไทย วางหลักการอยู่ร่วมกัน ต่อให้เป็นบุคคล นักการเมืองหรือพรรคการเมืองที่คุณไม่ชอบไม่สนับสนุนก็ตาม ทุกคนต้องช่วยกันยืนยันหลักการว่า ไม่มีใครควรถูกดำเนินคดีอย่างไร้ความยุติธรรม ไม่มีใครควรถูกกลั่นแกล้งโดยบิดเบือนหลักการ ไม่ควรบิดเบือนหลักนิติรัฐนิติธรรมเพื่อมาจัดการกับกลุ่มคนหรือพรรคการเมืองที่คุณเหม็นขี้หน้า มิเช่นนั้นหลักการก็จะถูกบิดเบือนไปไม่รู้จักจบสิ้น และกฎหมายก็จะไม่เป็นกฎหมาย ความยุติธรรมในสังคมก็จะไม่บังเกิดเสียที. ไม่ได้ปกป้องใคร ดิฉันปกป้องหลักการ” น.ส.รักชนก กล่าว