“วราวุธ” หัวโต๊ะประชุมลุ่มน้ำท่าจีน เร่งติดตั้งเครื่องสูบ ผลักดันน้ำ เสริมความมั่นคงคันกั้น กำชับแจ้งเตือนประชาชนรวดเร็ว ดูแลกลุ่มเปราะบาง สั่งรีบสำรวจความเสียหายครอบคลุมทุกด้าน พร้อมจัดทำแผนบิ๊กคลีนนิ่ง
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 15 ตุลาคม 2569 ที่ศาลากลางจังหวัดนครปฐม นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งกลุ่มลุ่มน้ำท่าจีน เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการฯ เพื่อติดตามการบริหารจัดการน้ำและแก้ไขปัญหาอุทกภัยในลุ่มน้ำท่าจีน โดยมีนายศุภโชค ศรีสุขจร สส.นครปฐม เขต 1 นายพาณุวัฒณ์ สะสมทรัพย์ สส.นครปฐม เขต 3 พ.อ.สุขชาต สะสมทรัพย์ สส.นครปฐม เขต 4 นายอนุชา สะสมทรัพย์ สส.นครปฐม เขต 5 นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ สส.พรรคภูมิใจไทยและอดีต รมว.แรงงาน รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม หัวหน้าส่วนราชการในจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
โดยนายวราวุธ กล่าวในที่ประชุมว่า เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำและการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในลุ่มน้ำท่าจีนมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมทุกมิติ และลดผลกระทบต่อประชาชน จึงมีข้อสั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งระบายน้ำ เสริมคันกั้นน้ำ เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำและตรวจสอบเสริมความมั่นคงแข็งแรงของคันกั้นน้ำริมแม่น้ำท่าจีนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญชุมชนเมือง และสถานพยาบาล ให้กรมชลประทานพิจารณาปรับลดการรับน้ำผ่านประตูระบายน้ำพลเทพ เนื่องจากสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยามีแนวโน้มลดลง พร้อมควบคุมการระบายน้ำให้สอดคล้องกับศักยภาพของลำน้ำ เพื่อลดผลกระทบจากน้ำล้นตลิ่งในพื้นที่ จ.ชัยนาท สุพรรณบุรี และนครปฐม สมุทรสาคร
นายวราวุธ กล่าวอีกว่า ในส่วนการเฝ้าระวัง แจ้งเตือนล่วงหน้า และการสื่อสาร ให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด (ปภ.) ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการบูรณาการข้อมูลสถานการณ์น้ำและการพยากรณ์อากาศ (โดยเฉพาะช่วงเฝ้าระวังฝนตกหนัก) พร้อมทั้งสื่อสารข้อมูลให้กระชับ เข้าใจง่าย และป้องกันข่าวปลอม ที่อาจสร้างความตื่นตระหนก โดยประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำท่าจีนอย่างต่อเนื่อง โดยให้ติดตามประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด
รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า ในด้านการตอบโต้สถานการณ์ ให้ยกระดับศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด เตรียมความพร้อมศูนย์บัญชาการฯ ให้เป็นศูนย์กลางบูรณาการและสั่งการหน่วยงานในพื้นที่ ระดมทรัพยากรในการให้ความ
ช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยให้ความสำคัญกับการแจ้งเหตุและเตือนภัย การอพยพ การจัดตั้งและบริหารจัดการศูนย์พักพิงชั่วคราว โดยเน้นกลุ่มเปราะบางเป็นลำดับแรก
รมว.อุตสาหกรรม ระบุว่า สำหรับการฟื้นฟู เยียวยา และการเตรียมความพร้อมหลังน้ำลด ให้สำรวจความเสียหายและจ่ายเงินเยียวยา ให้เร่งสำรวจความเสียหายครอบคลุมทุกด้าน ทั้งบ้านเรือน พื้นที่เกษตรกรรม และสิ่งสาธารณประโยชน์ พร้อมทั้งพิจารณาจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างรวดเร็ว โปร่งใส และตรวจสอบได้ ทำความสะอาดและป้องกันโรค จัดทำแผนบิ๊กคลีนนิ่ง ล้างทำความสะอาดพื้นที่สาธารณะ เร่งกำจัดขยะ และเฝ้าระวังป้องกันปัญหาสาธารณสุข โรคระบาดที่มักเกิดขึ้นหลังน้ำลดให้ทุกหน่วยงานนำข้อสั่งการนี้นำไปปฏิบัติโดยบูรณาการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด หากติดขัดปัญหาข้อขัดข้องประการใดให้รายงานต่อคณะอนุกรรมการฯ ทราบทันที


