“ศุภณัฐ” โวยแอป “ทางรัฐ” ไร้ฟังก์ชันแนบรูป ทำอนุมัติเยียวยาน้ำท่วมล่าช้า จี้รัฐเร่งแก้ พร้อมเตือนวงเงินเยียวยากำลังจะหมด วอน ครม. เพิ่มงบด่วน


วันที่ 15 ตุลาคม 2569 นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กรุงเทพฯ เขต 9 พรรคประชาชน กล่าวถึงความคืบหน้าการจ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วมสำหรับประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยเปิดเผยสถิติล่าสุดว่ามีการยื่นคำร้องเข้ามาทั้งสิ้น 799,504 ราย (อาจมีกรณีซ้ำกันในระดับครอบครัว) โดยได้รับการอนุมัติแล้ว 205,036 ครัวเรือน (คิดเป็น 26% ของคำร้อง) และมีการโอนเงินให้แก่ประชาชนแล้ว 165,054 ครัวเรือน (คิดเป็น 20% ของคำร้อง)


สำหรับสาเหตุหลักของความล่าช้า นายศุภณัฐระบุว่า ในกรณีที่ประชาชนแจ้งว่าน้ำท่วมเข้าบ้านไม่เกิน 7 วัน และบ้านได้รับความเสียหาย คำว่า ‘เสียหาย’ จำเป็นต้องมีรูปถ่ายประกอบการพิจารณา แต่เนื่องจากแอปพลิเคชันทางรัฐไม่มีฟังก์ชันเปิดให้แนบรูปถ่าย เจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องตีเรื่องกลับเพื่อให้ประชาชนส่งรูปเพิ่มเติม ทำให้กระบวนการพิจารณาอนุมัติหยุดชะงัก


เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว นายศุภณัฐได้เสนอแนะแนวทางเร่งด่วน 2 ส่วน ได้แก่


1. ขอให้รัฐบาลรีบเพิ่มฟังก์ชันแนบรูปในแอปพลิเคชันทางรัฐ และเปิดระบบให้ผู้ที่ยื่นเรื่องไปแล้วสามารถทยอยแนบรูปภาพเพิ่มเติมได้ทันที ซึ่งตนได้แจ้งปัญหาและเสนอแนะแนวทางนี้ต่อรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยแล้ว


2. สำหรับผู้ที่ยื่นขอเงินเยียวยา 9,000 บาท ผ่านแอปทางรัฐไปแล้ว แนะนำให้ดำเนินการเพิ่มเติมโดยการเข้าไปที่เว็บไซต์ claim.bangkok.go.th เพื่อยื่นขอเงินช่วยเหลือค่าซ่อมบ้านไม่เกิน 88,600 บาท และแนบรูปถ่ายน้ำท่วมเข้าบ้านไว้ ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถดึงข้อมูลดังกล่าวมาประกอบการพิจารณาได้ หรือรอให้เจ้าหน้าที่ติดต่อแจ้งช่องทาง LINE ID เพื่อส่งรูปถ่ายประกอบการพิจารณาเพิ่มเติมต่อไป


นายศุภณัฐ กล่าวด้วยว่า นอกจากปัญหาด้านระบบแล้ว  ตามมติคณะรัฐมนตรีที่อนุมัติวงเงินช่วยเหลือรวม 5,291 ล้านบาท แบ่งเป็นงบก้อนกลางที่ กทม. และอีกกว่า 60 จังหวัดใช้ร่วมกัน 4,700 ล้านบาท และส่วนอื่นอีก 591 ล้านบาท ปัจจุบันวงเงินก้อนใหญ่ดังกล่าวถูกใช้ไปแล้วถึง 3,000 ล้านบาท (ช่วยเหลือไปแล้วประมาณ 390,000 ครัวเรือน) และเหลือวงเงินอีกเพียง 2,291 ล้านบาท ซึ่งจะสามารถช่วยเหลือได้อีกราว 300,000 ครัวเรือนเท่านั้น


ในขณะที่เคสของ กทม. ที่ยังรอการพิจารณาและยังไม่ได้โอนเงินมีมากถึง 630,000 เคส ยังไม่รวมกับเคสในต่างจังหวัดอีกหลายแสนเคส ทำให้คาดว่าภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ วงเงินจะชนเพดานตามมติ ครม. เดิมอย่างแน่นอน จึงขอเสนอให้มีการเสนอวาระต่อคณะรัฐมนตรีเพื่ออนุมัติวงเงินเยียวยาเพิ่มอีกหนึ่งรอบโดยด่วน เพื่อให้มีงบประมาณเพียงพอในการเยียวยาพี่น้องผู้ประสบภัยทุกคนอย่างทั่วถึง