“เท้ง” เผย สภาฯ แก้ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจเล็กน้อย  แนะอย่าต่อรองเรื่องวันอภิปรายกัน เหมือนของลดราคา  ยันพรรคประชาชนทำตามกฎหมายเลือกบอร์ดประกันสังคม มอง ไทยพีบีเอสถูกตั้งเป้าจากฝั่งรัฐบาล 


วันที่ 14 ต.ค. 2569 ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลาฯ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีความคืบหน้าเกี่ยวกับญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ว่า ตนได้รับสายจากตัวแทนสำนักประธานสภาฯว่า อาจจะแก้ไขคำผิดเล็กๆ น้อยๆ แต่ไม่ได้เป็นเนื้อหาสาระสำคัญอะไร แต่ตนยังไม่เห็นรายละเอียด เจ้าหน้าที่ที่โทรมาแจ้งยืนยันว่าไม่กระทบเนื้อหาสาระสำคัญอะไร ตนเข้าใจว่าญัตติจะต้องเรียบร้อยก่อน จึงจะส่งไปยังฝั่งรัฐบาลได้ การซักฟอกครั้งนี้ มีจำนวนรัฐมนตรีค่อนข้างเยอะ ไม่อยากเห็นการแสดงความคิดเห็นต่อรองเรื่องวันอภิปรายกัน เหมือนต่อรองของลดราคา สินค้าต่างๆ ตนคิดว่าไม่จำเป็น หากรัฐบาลมีความบริสุทธิ์ใจ ควรเปิดพื้นที่ให้ฝ่ายค้านได้ซักฟอกให้มากที่สุด และในอีกแง่หากรัฐบาลสามารถชี้แจงได้ก็ เป็นคุณต่อรัฐบาลเองด้วย 

เมื่อถามว่า หากได้อภิปรายเพียงสามวันนั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรื่องรายละเอียดว่าจะเป็นกี่วัน ต้องรอให้ตัวแทนแต่ละฝ่ายไปพูดคุยกัน แต่อย่างที่ตนบอกว่ารัฐบาลควรเปิดพื้นที่ให้มีการซักฟอกอย่างเต็มที่ หากรัฐบาลชี้แจงได้ก็จะเป็นประโยชน์กับรัฐบาลเอง



ปชน. ทำตามกฎหมายเลือกบอร์ดประกันสังคม


นายณัฐพงษ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมชุดใหม่ (บอร์ดประกันสังคม) ซึ่งมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าพรรคปชน. เข้าไปแทรกแซงหนุนหลัง กลุ่มประกันสังคมก้าวหน้าที่ชนะการเลือกตั้ง ทั้ง 14 ที่นั่ง คือฝั่งนายจ้าง 7 คนฝั่งลูกจ้าง 7 คนว่า ตนขอยืนยันว่าตนและตัวแทนของพรรคปชน. เราแค่เป็นตัวแทนในการเรียกร้องให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิในการเลือกตั้งในฐานะผู้ประกันตนและในฐานะนายจ้างอย่างเต็มที่ เป็นไปตามระเบียบการเลือกคณะกรรมการประกันสังคมทุกประการ เมื่อถามว่า ในกฎหมายพรรคการเมือง มีการพูดถึงนักการเมือง สส.ห้ามแทรกแซงการเลือกตั้งขององค์กรอื่น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนยืนยันว่าในฐานะพรรคการเมืองเราปฏิบัติตามกฎหมายทุกอย่าง


ลั่น ปกป้องคุ้มครองพื้นที่สื่อสาธารณะ

นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่าในส่วนกรณีไทยพีบีเอส และสตง. สังคมเองกำลังตั้งคำถามอยู่เช่นเดียวกันว่าตกลงแล้ว กรณีแบบนี้เป็นความพยายามพุ่งเป้าหรือไม่ มันยังมีคดีอีกเยอะแยะไปหมดที่ สตง. ควรจะต้องลงไปทำการตรวจสอบ แต่ว่าเรายังไม่เห็นการขยับขับเคลื่อนหรือการแถลงข่าวในลักษณะนี้มากเท่าที่ควร เมื่อถามถึง กรณีที่นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ออกมาเรียกร้องให้กมธ.ของฝ่ายค้าน ตรวจสอบความโปร่งใสของ ไทยพีบีเอส ด้วย นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือการคงหลักประกันให้สื่อสาธารณะมีพื้นที่มีความอิสระ ในสังคมไทย กฎหมายที่พรรคภท. เสนอเข้ามาทำให้เกิดข้อกังวล ไม่ใช่แค่ในประเทศไทย แต่ยังมีองค์กรระหว่างประเทศที่ออกมาเรียกร้อง และแสดงความห่วงใยเรื่องนี้ด้วย ยืนยันว่าในฐานะหัวหน้าพรรคปชน.เราพร้อมใช้อำนาจทุกอย่างที่มีในสภาฯ ปกป้องคุ้มครองพื้นที่ของสื่อสาธารณะ ให้มีความเป็นอิสระในการทำหน้าที่


มอง ไทยพีบีเอสถูกตั้งเป้าจากฝั่งรัฐบาล

เมื่อถามว่า พรรคปชน.จะดำเนินการอย่างไรต่อเพื่อคงไว้ซึ่งความเป็นสื่อสาธารณะ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เนื่องจากกฎหมายที่เสนอเข้ามามีทั้งหมด 4 ฉบับเกี่ยวข้องกับ 4 กองทุนด้วยกันแต่ต้องแยกพิจารณาเป็นรายเรื่อง สำหรับไทยพีบีเอสสิ่งที่มีความสำคัญคือการทำให้เขามีอิสระทางการเงินระดับหนึ่ง เพื่อให้สามารถคงความอิสระในการเลือกที่จะทำประเด็นได้ด้วยตัวเอง ไม่สามารถใช้ข้ออ้างในเรื่องวินัยการเงินการคลังไปตีคลุมได้ทั้งหมด เมื่อถามถึง กรณีที่มีการขุดถึงการใช้เงินจ้างเช่น ค่าตัวของพิธีกร จะถูกตั้งคำถามถึงความสมเหตุสมผล นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรื่องเนื้อหาหรือตัวพิธีกรและวิธีการทำรายการคงเป็นเนื้อหาในรายละเอียดที่เราไม่จำเป็นต้องมานั่งถกเถียงกัน ถ้าเราดูที่ตัวหลักการก่อน สิ่งสำคัญตอนนี้คือการคงหลักประกันให้สื่อสาธารณะ มีพื้นที่ในสังคมไทย และคงให้ไทยพีบีเอสทำหน้าที่ได้อย่างอิสระ ซึ่งความมีอิสระทางการเงินก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นเดียวกัน เมื่อถามว่า มองเป็นเกมการเมืองหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า อยู่ดีๆ ก็มีการตรวจสอบและการแถลงข่าวโดย สตง. มีการเสนอร่างกฎหมายเข้ามาในจังหวะนี้ก็เป็นสิ่งที่พวกเราพอจะตั้งคำถามได้ว่า ไทยพีบีเอส กำลังจะถูกตั้งเป้าจากคนที่มีอำนาจหรือว่าฝั่งรัฐบาลหรือไม่