รัฐบาลชูบทบาทไทยร่วม IMF–ธนาคารโลก สกัดกลโกงการเงินออนไลน์ “เอกนิติ” เปิดตัว Bangkok Blueprint วันนี้ วาง 12 แนวทางป้องกัน–ตรวจจับ–เยียวยาผู้เสียหาย ยกระดับความร่วมมือปราบภัยการเงินข้ามชาติ
วันที่ 14 ตุลาคม 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าผลักดันความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อรับมือภัยกลโกงทางการเงินออนไลน์ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่สร้างความเสียหายแก่ประชาชนและกระทบความเชื่อมั่นต่อระบบการเงินดิจิทัล โดยประเทศไทยมีกำหนดร่วมเปิดตัวกรอบแนวทาง “Bangkok Blueprint for Fraud-Resilient Financial Services” ในวันนี้ ซึ่งกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) กลุ่มธนาคารโลก และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ร่วมกันพัฒนาขึ้น เพื่อวางแนวทางป้องกัน ตรวจจับ รับมือ และฟื้นฟูความเสียหายจากการหลอกลวงทางการเงิน โดยมุ่งเน้นการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและความร่วมมือข้ามพรมแดน
นางสาวลลิดากล่าวว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีกำหนดกล่าวเปิดเวที “Bangkok Blueprint for Fraud-Resilient Financial Services” ในวันนี้ (14 ต.ค.) เวลา 12.30–13.30 น. ณ ห้อง G-01 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายใต้การประชุม IMF–World Bank Annual Meetings 2026 โดยมีนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวนำ พร้อมด้วยผู้บริหาร IMF กลุ่มธนาคารโลก และผู้แทนธนาคารกลางจากต่างประเทศ ร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางยกระดับความปลอดภัยของระบบการเงินในยุคดิจิทัล
สำหรับ Bangkok Blueprint ประกอบด้วยข้อพิจารณาเชิงนโยบาย 12 ประการ เพื่อให้ประเทศต่าง ๆ สามารถนำไปปรับใช้ในการรับมือภัยกลโกงทางการเงินอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมตั้งแต่การกำหนดยุทธศาสตร์ระดับชาติ การพัฒนากฎหมายและกลไกกำกับดูแล การป้องกันและตรวจจับธุรกรรมที่มีความเสี่ยง การรับมือเมื่อเกิดเหตุ การฟื้นฟูความเสียหาย ตลอดจนการคุ้มครองผู้บริโภคและการสร้างความรู้เท่าทันภัยทางการเงิน โดยให้ความสำคัญกับความร่วมมือระหว่างภาครัฐ สถาบันการเงิน ผู้ให้บริการโทรคมนาคม แพลตฟอร์มดิจิทัล และหน่วยงานระหว่างประเทศ
นางสาวลลิดากล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันขบวนการหลอกลวงทางการเงินมีความซับซ้อนมากขึ้น โดยอาศัยช่องทางธนาคาร โทรศัพท์มือถือ และสื่อสังคมออนไลน์เชื่อมโยงกัน อีกทั้งสามารถเคลื่อนย้ายเงินข้ามประเทศได้อย่างรวดเร็ว การป้องกันจึงไม่สามารถพึ่งพาเพียงการแจ้งเตือนให้ประชาชนระมัดระวัง แต่จำเป็นต้องยกระดับความรับผิดชอบของผู้ให้บริการในระบบควบคู่กัน ทั้งการพัฒนาระบบตรวจจับความผิดปกติ การเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย และการประสานข้อมูลเพื่อหยุดยั้งความเสียหายให้ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ ประเทศไทยมีประสบการณ์ดำเนินมาตรการรับมือภัยทางการเงินมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการจัดการบัญชีม้า การยกระดับความปลอดภัยของบริการโมบายแบงก์กิ้ง และการกำหนดกรอบความรับผิดชอบร่วมระหว่างสถาบันการเงิน ผู้ให้บริการโทรคมนาคม และแพลตฟอร์มดิจิทัล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางสร้างระบบการเงินที่ปลอดภัย โดย Bangkok Blueprint จะช่วยเปิดโอกาสให้ประเทศต่าง ๆ แลกเปลี่ยนประสบการณ์และพัฒนาความร่วมมือในการป้องกันอาชญากรรมทางการเงินที่มีลักษณะข้ามพรมแดน
นางสาวลลิดากล่าวว่า สิ่งสำคัญของการรับมือภัยกลโกงทางการเงิน คือการดูแลประชาชนตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุจนถึงหลังเกิดความเสียหาย ไม่ว่าจะเป็นการป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ การตรวจจับและสกัดกั้นธุรกรรมต้องสงสัยอย่างทันท่วงที รวมถึงการมีกระบวนการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เพราะความปลอดภัยทางการเงินไม่ควรเป็นภาระของประชาชนเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับระบบการเงินดิจิทัล
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การที่ประเทศไทยมีส่วนร่วมพัฒนา Bangkok Blueprint ร่วมกับ IMF และกลุ่มธนาคารโลก สะท้อนบทบาทของไทยในการผลักดันแนวทางแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนทั่วโลก โดยรัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างระบบการเงินดิจิทัลที่ประชาชนสามารถใช้งานได้อย่างมั่นใจ มีความปลอดภัย และได้รับการคุ้มครองอย่างเหมาะสม พร้อมส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อรับมืออาชญากรรมทางการเงินที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้ Bangkok Blueprint เป็นกรอบข้อพิจารณาเชิงนโยบายสำหรับประเทศต่าง ๆ นำไปปรับใช้ตามบริบทและกฎหมายของแต่ละประเทศ ไม่ใช่การประกาศกฎหมายหรือมาตรการบังคับใหม่ และไม่ได้หมายความว่าผู้เสียหายจะได้รับเงินคืนโดยอัตโนมัติทุกกรณี โดยการดำเนินมาตรการในประเทศไทยยังต้องเป็นไปตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง


