นายกฯ “อนุทิน” หารือ “คิชิดะ” อดีตนายกฯ ญี่ปุ่น ย้ำมาตรการภาษีสรรพสามิตรถ EV นำเข้า ดูแลฐานการผลิตรถยนต์ในไทย ชวนญี่ปุ่นดึงไทยเข้าห่วงโซ่การผลิต EV รักษาความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย 



วันที่ 12 ตุลาคม 2569 เวลา 10.30 น. ที่ ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้การต้อนรับและหารือกับนายคิชิดะ ฟูมิโอะ (Mr. Kishida Fumio) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเสรีประชาธิปไตย (Liberal Democratic Party: LDP) เขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดฮิโรชิมา และอดีตนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ในโอกาสเยือนประเทศไทย โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือแนวทางส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างไทยกับญี่ปุ่นให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างไทย-ญี่ปุ่น


ทั้งสองฝ่ายยังได้กล่าวถึงความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างราชวงศ์ไทยและราชวงศ์ญี่ปุ่น โดยนายคิชิดะกล่าวถึงการเสด็จเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ซึ่งสะท้อนถึงสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศในทุกระดับ นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงโอกาสที่ได้พบกับมกุฎราชกุมารญี่ปุ่น ในระหว่างการเดินทางไปร่วมพระราชพิธีพระบรมศพสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 แห่งนอร์เวย์ 


โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความยินดีที่ในปี 2570 จะเป็นโอกาสครบรอบ 140 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–ญี่ปุ่น ซึ่งสะท้อนถึงความสัมพันธ์อันยาวนานและแน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศ โดยไทยและญี่ปุ่นมีความร่วมมืออย่างใกล้ชิดในหลายมิติ ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการพัฒนาภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งนักลงทุนญี่ปุ่นมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาภาคอุตสาหกรรม การจ้างงาน และการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยมาอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของภาคเอกชนญี่ปุ่นต่อศักยภาพของประเทศไทยในฐานะฐานการผลิตและการลงทุนที่สำคัญของภูมิภาค


ด้านความร่วมมือทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไทยให้ความสำคัญกับการรักษาความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักของประเทศ โดยเฉพาะผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมาอย่างยาวนาน พร้อมรับฟังข้อกังวลเกี่ยวกับการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่อาจส่งผลกระทบต่อการผลิตรถยนต์ภายในประเทศ โดยนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงถึงมาตรการภาษีสรรพสามิตสำหรับรถยนต์ EV นำเข้า และยืนยันว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการผลิตรถยนต์ EV ภายในประเทศ ควบคู่กับการดูแลฐานการผลิตรถยนต์เดิมและการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต


ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้เชิญชวนผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นให้พิจารณาใช้ประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่การผลิตรถยนต์ EV ของบริษัทญี่ปุ่น เพื่อสานต่อความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีมาอย่างยาวนาน ตลอดจนส่งเสริมการลงทุน การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการพัฒนาบุคลากร ซึ่งจะช่วยรักษาฐานการผลิตและการจ้างงานในประเทศไทย พร้อมยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในระยะยาว


ด้านความร่วมมือด้านพลังงานและความมั่นคงทางพลังงาน ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือถึงความร่วมมือด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงาน (Energy Transition) เพื่อมุ่งสู่การใช้พลังงานสะอาดและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยฝ่ายญี่ปุ่นแสดงความพร้อมในการสนับสนุนและถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านพลังงานให้แก่ประเทศไทย เพื่อส่งเสริมการพัฒนาพลังงานสะอาด เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน อันจะช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว


นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวถึงการเดินทางแวะเยือนประเทศญี่ปุ่น ก่อนเดินทางไปเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา โดยได้พบปะกับทีมประเทศไทย (Team Thailand) เพื่อหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนระหว่างไทยกับญี่ปุ่น ซึ่งสะท้อนถึงการให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างสองประเทศอย่างต่อเนื่อง