“ยศชนัน” ปักหมุดกำแพงเพชร ชูพัฒนา “กล้วยไข่ต้นเตี้ย รสชาติต้องอร่อยเหมือนเดิม” ดันงบ 400 กว่าล้าน เมกะโปรเจกต์ อ.ไทรงาม “คลองห้วยน้อย” สงบศึกแย่งน้ำทำเกษตร
วันที่ 11 ตุลาคม 2569 ที่ จ.กำแพงเพชร ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ลงพื้นที่ปฏิบัติราชการ ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร พร้อมแสดงปาฐกถาพิเศษเพื่อผลักดันมหาวิทยาลัยสู่การเป็นคลังสมองและเปลี่ยนพื้นที่วิชาการให้เป็นเครื่องมือพัฒนาท้องถิ่นที่ประชาชนจับต้องได้อย่างยั่งยืน
ศ.ดร.ยศชนัน เปิดเผยตอนหนึ่งว่า มหาวิทยาลัยต้องตั้งโจทย์ให้ได้ว่า “ในอีก 10 ปีข้างหน้า จังหวัดจะดีขึ้นเพราะมหาวิทยาลัยได้อย่างไร” กำแพงเพชรจำเป็นต้องดึงจุดแข็งที่สุดออกมาเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ โดยกำแพงเพชรมีต้นทุนทางวัฒนธรรมและทรัพยากรที่เข้มแข็งอยู่แล้ว โดยเฉพาะกล้วยไข่ GI ปัญหาจึงไม่ใช่ไม่มีของดี แต่ต้องขยี้ให้ลึกด้วยการนำนวัตกรรมมาต่อยอด
นอกจากนี้ยังมีการพัฒนานวัตกรรม “กล้วยไข่ต้นเตี้ย” ที่ ศ.ดร.ยศชนัน ระบุว่า “รสชาติต้องอร่อยเหมือนเดิม แต่ต้นเตี้ยลงเพื่อลดความเสียหายจากสภาพอากาศที่แปรปรวน พายุลงแล้วต้นไม่หัก” รวมถึงการเดินหน้าแก้ปัญหา โรคใบด่าง ในมันสำปะหลัง โดยกำลังเร่งผลิตท่อนพันธุ์ปลอดโรคที่ช่วยเพิ่มผลผลิตได้กว่า 80% ซึ่งเตรียมแจกจ่ายให้ถึงมือเกษตรกรภายใน 1 ปี ตลอดจนการนำเตาเผาชีวมวลสำหรับทำไบโอชาร์ (Biochar) และเครื่องจักรแปรรูปการเกษตรมาปรับใช้ในพื้นที่
ศ.ดร.ยศชนัน ได้ทิ้งท้ายในประเด็นการเชื่อมโยงกับธุรกิจท้องถิ่นว่า ธุรกิจชุมชนหรือ SME จะเข้มแข็งและยั่งยืนได้ ควรตั้งเป้าใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นให้ได้ถึง 70% เพื่อให้เม็ดเงินหมุนเวียนกลับไปสู่ชาวไร่ชาวนาของเราอย่างแท้จริง
ดันงบ 400 กว่าล้าน เมกะโปรเจกต์ อ.ไทรงาม “คลองห้วยน้อย”
ต่อมาในช่วงบ่าย ศ.ดร.ยศชนัน และคณะ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมโครงการคลองน้ำและพบปะประชาชน ณ ตำบลสมอโคน อำเภอไทรงาม การลงพื้นที่ครั้งนี้ มีนายสุรสิทธิ์ วงศ์วิทยานันท์ สส.กำแพงเพชร เขต 4, นายนพพล ผลอำนวย สส.กำแพงเพชร เขต 3, นายธนากร รัตนากร ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวง อว. และส่วนราชการในพื้นที่ ร่วมขบวน
วาระในการลงพื้นที่เน้นไปที่การเร่งแก้ไขปัญหาชลประทานบริเวณ “คลองสามอาร์เอ็มซี (3R-MC)” หรือ “คลองห้วยน้อย” ความยาว 18.2 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงพื้นที่เกษตรกรรมกว่า 108,125 ไร่ ในพื้นที่รอยต่ออำเภอไทรงาม และอำเภอลานกระบือ
กรมชลประทานรายงานว่า อาคารชลประทานเดิมมีสภาพทรุดโทรมจากการใช้งานมานานกว่า 20 ปี ประกอบกับตัวคลองมีสภาพตื้นเขิน ทำให้สูญเสียศักยภาพในการควบคุมน้ำ ส่งผลให้ในช่วงฤดูแล้งมักเกิดวิกฤตขาดแคลนน้ำ จนลุกลามเป็นข้อขัดแย้งแย่งชิงน้ำระหว่างเกษตรกรพื้นที่ต้นคลองและท้ายคลองมาอย่างต่อเนื่อง
เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว กรมชลประทานได้เสนอแผนปรับปรุงระบบชลประทานคลองห้วยน้อยทั้งระบบ วงเงินรวม 405 ล้านบาท โดยวางแผนเร่งด่วนในงบประมาณปี 2571 นำร่องปรับปรุงประตูระบายน้ำแบบเปิด-ปิดได้จำนวน 8 แห่ง วงเงิน 63 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยให้การบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้งมีประสิทธิภาพ เป็นธรรม และช่วยยุติปัญหาความขัดแย้งในชุมชนได้อย่างยั่งยืน
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวกับประชาชนว่า วันนี้ตั้งใจลงพื้นที่พร้อมกับ สส. ในพื้นที่ ซึ่งต่างช่วยกันสะท้อนปัญหาของพี่น้องชาวกำแพงเพชรอย่างเข้มแข็ง การทำงานของรัฐบาลในปัจจุบันไม่ได้แบ่งแยกกระทรวง แต่ยึดเอาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นที่ตั้ง จากการลงไปสำรวจฝายคลองห้วยน้อย พบว่าในแผนปี 2571 มีความจำเป็นต้องเร่งสร้างฝายระบายน้ำเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ เพื่อให้ทุกคนมีน้ำเพียงพอ จะได้ไม่ต้องทะเลาะหรือเกิดประเด็นขัดแย้งเรื่องแหล่งน้ำกันอีก จุดนี้เราจะพยายามดูแลให้ดีที่สุด
โดยเตรียมนำร่องทั้งการสนับสนุนเครื่องจักรกลทางการเกษตร, นวัตกรรมปุ๋ยสั่งตัดเพื่อลดต้นทุน, การวิเคราะห์ดิน, การพัฒนาพันธุ์มันสำปะหลังต้านทานโรค รวมถึงการวิจัยสายพันธุ์กล้วยไข่ลำต้นเตี้ยที่ทนลมพายุแต่ให้ผลผลิตสูง ตลอดจนการผลักดันประเพณี “สารทไทย-กล้วยไข่ และของดีเมืองกำแพง” ให้เป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก


