“พรชัย มาระเนตร์” เลขาฯ นโยบายพรรคประชาธิปัตย์ เผยสูตรสำเร็จระบอบสีน้ำเงิน “3 ส.” ฮั้วอำนาจเบ็ดเสร็จ แฉคดีล้มสอบท้องถิ่นจับ 3 ผู้ต้องหาไม่ได้ ส่อเป็นแพะรอเยียวยาช่วยเหลือพวกพ้อง

 

วันที่ 11 ตุลาคม 2569 นายพรชัย มาระเนตร์ เลขานุการคณะกรรมการนโยบาย พรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวประเมินผลการทำงานครบ 1 ปี ของรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โดยชี้ให้เห็นถึงพฤติกรรมการบริหารราชการแผ่นดิน และวิพากษ์วิจารณ์การแก้ปัญหาที่ขาดวุฒิภาวะของผู้นำ

 

นายพรชัย เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลา 1 ปีในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ นายอนุทิน สะท้อนให้เห็นว่าวิธีแก้ปัญหาของรัฐบาลมีวุฒิภาวะต่ำมาก เห็นได้ชัดจากพฤติกรรมชอบหาแพะรับบาปเพื่อเบี่ยงเบนประเด็นความผิดพลาด เช่น กรณีการต่อว่าตักเตือนผู้ว่าราชการจังหวัดและรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตในคดีมาเฟียต่างชาติ หรือกรณีล่าสุดที่ต่อว่านายอำเภอกลางวงประชุมแก้ไขปัญหาน้ำท่วมจนเป็นข่าวครึกโครม


อย่างไรก็ตาม นายพรชัย ชี้ว่า แพะในระบอบน้ำเงินเป็นแพะรอการเยียวยา เพราะหลังถูกประจานผ่านสื่อไม่นาน เช่น กรณี นายอำเภอที่ถูกต่อว่า ใช้เวลาเพียง 48 ชั่วโมง ก็ได้รับการเยียวยาคืนตำแหน่งให้ รวมถึงผู้ว่าฯ และรองผู้ว่าฯ ภูเก็ตด้วย เสมือนเป็นการส่งสัญญาณให้ข้าราชการทราบว่าต้องยอมรับบทเป็นแพะเพื่อช่วยผู้นำเบี่ยงประเด็น

 

นายพรชัย กล่าวต่อไปว่า พฤติกรรมดังกล่าวคือโฉมหน้าของ ระบอบน้ำเงินที่กำลังกัดกินประเทศ ซึ่งระบอบนี้มีเป้าหมายรวบรวมอำนาจผ่าน 3 ส. ได้แก่

1.สส. (สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร) ฝ่ายนิติบัญญัติ

2.สว. (สมาชิกวุฒิสภา) กลไกตรวจสอบและแต่งตั้งองค์กรอิสระ

3.สพร. (ข้าราชการ/ส่วนราชการ) กลไกข้าราชการที่ยอมรับใช้เพื่อความอยู่รอด


“ใครจะอยู่รอดในระบอบน้ำเงิน ข้าราชการจะต้องพร้อมทำงานให้นาย และพร้อมตกเป็นแพะรับบาป เพื่อแลกกับการได้รับความคุ้มครองและเยียวยาคืนตำแหน่ง” นายพรชัย ระบุ


นอกจากนี้ นายพรชัย ยังได้ตั้งข้อสังเกตกรณี ป.ป.ช. ไม่สามารถอายัดหรือจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยคดีทุจริตการสอบเข้าเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่นจำนวน 3 ราย จนต้องทำการปล่อยตัวไป โดยขอให้สื่อมวลชนและสังคมร่วมกันจับตาดูว่า ผู้ต้องหาทั้ง 3 รายนี้ เป็นอีกหนึ่งกรณีของแพะรอการเยียวยาเพื่อปกป้องผู้มีอำนาจระดับสูงที่อยู่เบื้องหลังระบอบน้ำเงินหรือไม่


นายพรชัย ย้ำว่า การทุจริตสอบท้องถิ่นถือเป็นเรื่องร้ายแรง เพราะคือการสร้าง วงจรอุบาทว์ ให้ข้าราชการต้องวิ่งเต้นหาเงินมาซื้อตำแหน่ง และเมื่อเข้ามาได้ก็ต้องทุจริตคอร์รัปชันเพื่อถอนทุนคืน เป็นพิษร้ายผูกพันชีวิตข้าราชการไปตลอดชีวิต หากระบอบน้ำเงินยังคงอุ้มชูและเยียวยาข้าราชการกลุ่มนี้ ประเทศชาติก็ยากที่จะเยียวยาและไม่มีวันเกิดสังคมสุจริตได้


นายพรชัย กล่าวทิ้งท้ายว่า จากกิจกรรมเสวนาซีรีส์ 80 ปี พรรคประชาธิปัตย์ ทำให้ตนเองในฐานะคนรุ่นใหม่ ได้เรียนรู้จากผู้ใหญ่ในพรรคว่า พรรคประชาธิปัตย์ก่อตั้งขึ้นเพื่อต่อสู้กับระบอบที่เป็นพิษต่อบ้านเมืองมาโดยตลอด ในอดีตเคยสู้กับระบอบเผด็จการ สู้กับระบอบทักษิณ และในปัจจุบันคือ ระบอบสีน้ำเงิน ซึ่งตราบใดที่ระบอบนี้ยังคงทำลายแกนกลางความสุจริตของประเทศ พรรคประชาธิปัตย์จะไม่หยุดสู้จนกว่าประเทศไทยจะกลับมาเป็นสังคมสุจริตอย่างแท้จริง