“เท้ง ณัฐพงษ์” ใช้สิทธิ์เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ชมคนตื่นตัวกันมาก ชี้ มีโอกาสโรยเกลือหลังซักฟอก โว 18 ชื่อ รมต. เข้าเป้าหมดแน่ ไม่อยากยืดเยื้อดราม่าบันเทิงธิปไตย
วันที่ 11 ตุลาคม 2569 เมื่อเวลา 14.00 น. ที่โรงเรียนมหรรณพาราม เขตตลิ่งชัน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินทางมาลงคะแนนเสียงเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก ในหน่วยเลือกตั้งนี้มีผู้มาใช้สิทธิ์จำนวนมาก ว่า วันนี้ตนมาใช้สิทธิ์ในฐานะนายจ้าง ซึ่งพบว่าตั้งแต่ปากทางเข้ามาสถานที่เลือกตั้ง รถค่อนข้างติด และโรงเรียนแห่งนี้คนก็มาใช้สิทธิ์ค่อนข้างเยอะ และทราบว่าในหลายหน่วยเลือกตั้งก็มีคนไปใช้สิทธิ์จำนวนมากเช่นเดียวกัน ขณะนี้ยังมีเวลาที่จะสามารถออกมาใช้สิทธิ์ได้ถึงเวลา 16.00 น. จึงอยากให้ทั้งฝ่ายผู้ประกันตนและนายจ้างออกมาใช้สิทธิ์ คนมีการตื่นตัวกันมากขึ้น จากกระแสข่าวที่ผ่านมา เงินของผู้ประกันตนและนายจ้างทุกคนที่อยู่ในกองทุนประกันสังคม ควรถูกใช้จ่ายเพื่อสวัสดิภาพที่ดีของทุกคน เพราะหากลูกจ้างมีสวัสดิการที่ดี สุดท้ายก็จะส่งผลไปถึงนายจ้างด้วย ดังนั้น ดีแล้วที่วันนี้ทุกคนมีความตื่นตัวค่อนข้างสูง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือสัดส่วนของผู้ออกมาใช้สิทธิ์ ต้องรอลุ้นผลตอนเย็นว่าจะออกมาเป็นอย่างไร
เมื่อถามว่า เตรียมแผนการตอนเย็นไว้อย่างไรบ้าง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า คงติดตาม เนื่องจากพรรคประชาชนไม่ได้ส่งผู้สมัคร คงไม่มีการตั้งวอร์รูมอะไร เพื่อเฝ้าผลนับคะแนน ในใจตนคงสื่อสารไม่ได้ แต่มีคนในใจอยู่แล้ว ต้องลุ้นพร้อมกันตอนเย็น
ชี้ มีโอกาสโรยเกลือหลังซักฟอก
นายณัฐพงษ์ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี ที่พรรคภูมิใจไทย ออกมาเย้ยเรื่องบันเทิงธิปไตย และไม่มีท่าทีเกรงกลัวต่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า ตนว่างดประเด็นโต้ตอบกันในช่วงเวลานี้ดีกว่า รอของจริงในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และหากรัฐบาลมั่นใจจริง ก็ขอให้อยู่ฟังตลอดการอภิปรายทุกคน ไม่จำเป็นต้องรอให้อภิปรายเสร็จแล้วลุกขึ้นตอบ ตนอยากเห็นการอภิปรายในสภาฯ ที่เป็นการแลกเปลี่ยนโต้ตอบกันเลยทันท่วงที เพื่อจะได้ไม่เป็นการนั่งรอแล้วให้ใครมาเตรียมข้อมูลให้ตอบ หากรัฐมนตรีมีความพร้อม มีข้อมูลในหัวอยู่แล้ว การอภิปรายไม่ไว้วางใจก็สามารถลุกขึ้นตอบได้ตลอดเวลา ซึ่งตนอยากเห็นบรรยากาศแบบนี้ในวันจริง เมื่อถามว่า มีโอกาสได้เห็นข้อมูลพยานหลักฐานที่จะเอาผิดแบบโรยเกลือหลังอภิปรายหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า มีโอกาสได้เห็นอยู่แล้ว แต่คณะทำงานที่มีนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคปชน. เป็นหัวเรือ เนื้อหารายละเอียด นายรังสิมันต์ ค่อนข้างรู้มากกว่าตน
เมื่อถามว่า จากหลักฐานที่ดูมีรัฐมนตรีที่สามารถหลุดจากตำแหน่งหลังอภิปรายได้หรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า การจะหลุดจากตำแหน่งหรือไม่ อย่างแรกคือต้องใช้เสียงในสภา ซึ่งอาจจะมีโอกาสได้น้อย แต่อีกช่องทางหนึ่งคือการที่เราได้นำพยานหลักฐาน ใบเสร็จต่างๆ มาตีแผ่ ซึ่งหากมีช่องทางอื่นที่สามารถไปร้องกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เหมือนกับในอดีตที่ผ่านมา พรรคปชน.ก็ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ เราพร้อมจะนำข้อมูลไปยื่นกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป
โว 18 ชื่อ รมต. ถูกซักฟอกเข้าเป้าหมดแน่
เมื่อถามว่า การไม่อภิปรายรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย เพราะอยากวัดใจพรรคเพื่อไทยเรื่องคดีฮั้ว สว. ใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า รายชื่อทั้ง 18 รายชื่อเป็นรายชื่อสรุปที่แต่ละพรรคการเมืองส่งมา เราดูตามพยานหลักฐาน ดังนั้น คงไม่ได้ไปพุ่งเป้าบอกว่าต้องการล็อคเป้าใครหรือไม่ล็อคเป้าใครหรือไม่ แต่สุดท้ายอยากให้พรรคไม่ว่าฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ลงมติในญัตตินี้ โดยดูตามเนื้อหาที่ฝ่ายค้านได้อภิปรายจริง เมื่อถามว่า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ที่กำกับดูแลด้านการเกษตร และตอนนี้มีปัญหาเรื่องน้ำท่วม ทำไมจึงไม่อภิปราย นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า อย่างที่ตนได้บอก เราดูตามพยานหลักฐานและรายชื่อที่แต่ละพรรคส่งมา ขอให้รอดูการอภิปราย การทำหน้าที่ของเราในวันจริงดีกว่า รับรองว่า 18 รายชื่อไม่ได้มีการเสนอไว้เผื่อแน่นอน ทุกคนเข้าเป้าหมดแน่นอน
ไม่อยากยืดเยื้อดราม่าบันเทิงธิปไตย
เมื่อถามว่า เรื่องบันเทิงธิปไตยที่ขณะนี้ฝ่ายรัฐบาลหยิบมาพูดสวนฝ่ายค้าน จนทำให้ผู้สนับสนุนพรรคปชน. ออกมาถล่มนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตอบไปหลายครั้งแล้ว ไม่อยากให้ยืดเยื้อออกไป การแสดงความเห็นของนายปิยบุตร คงไตร่ตรองมาแล้วระดับหนึ่ง การที่จะมีเสียงสะท้อนออกมา ทุกคนก็ต้องยอมรับ ตนคงไม่ได้ไปนั่งไล่ให้ความคิดเห็นเป็นรายคำพูด ว่าคำพูดไหนเหมาะหรือไม่เหมาะอย่างไร ดูในภาพรวมดีกว่า สิ่งสำคัญคือประชาชนจะเป็นคนตัดสินเราเอง สุดท้ายไม่ว่าจะเป็นนายปิยบุตรหรือใครก็ตาม รวมถึงผู้ช่วย สส. อยากให้ทุกคนกลับมาถามตัวเองว่า เราเข้ามาการเมืองเพราะอะไร หากเรายังเห็นเป้าหมายเดียวกันว่า เราอยากจะเข้ามาสร้างความเปลี่ยนแปลง ทำการเมืองให้ดีขึ้น วิธีการปัจจุบันอาจจะปรับเปลี่ยนไปบ้าง แต่หากเป้าหมายในปัจจุบันตรงกัน ก็เดินหน้าต่อไปด้วยกันเท่านั้นเอง


