นายกฯ อนุทิน เป็นประธานพิธีอุ้มพระดำน้ำ 2569 สืบสานประเพณีคู่เมืองเพชรบูรณ์ ต่อยอดทุนวัฒนธรรมสู่การท่องเที่ยว


เมื่อเวลา 10.20 น. วันที่ 11 ต.ค.2569 ณ ท่าน้ำวัดโบสถ์ชนะมาร ตำบลในเมือง อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีอุ้มพระดำน้ำ ประจำปี 2569 โดยมีนางธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยา นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนเข้าร่วมพิธี


นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีจุดเทียนมหามงคลชัย ก่อนที่นายเสกสรร นิยมเพ็ง นายกเทศมนตรีเมืองเพชรบูรณ์ จะกล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน จากนั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวเปิดงาน โดยระบุว่า ประเพณีอุ้มพระดำน้ำเป็นเอกลักษณ์สำคัญของจังหวัดเพชรบูรณ์ที่สืบทอดมายาวนาน สะท้อนถึงศรัทธา ความสามัคคี และความผูกพันของประชาชนที่มีต่อพระพุทธมหาธรรมราชา พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองและศูนย์รวมจิตใจของชาวเพชรบูรณ์ อีกทั้งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่บอกเล่าวิถีชีวิตและความเชื่อของคนในพื้นที่ โดยได้รับการขึ้นบัญชีเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ พร้อมชื่นชมประชาชนและทุกภาคส่วนที่ร่วมกันอนุรักษ์และสืบสานประเพณีจนเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง


นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ สืบสาน และต่อยอดทุนทางวัฒนธรรม ซึ่งนอกจากช่วยรักษาอัตลักษณ์แล้ว ยังสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและรายได้ให้แก่ประชาชน โดยประเพณีอุ้มพระดำน้ำเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาสัมผัสแหล่งท่องเที่ยว วัฒนธรรมประเพณี อาหาร ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น และผลผลิตทางการเกษตรที่มีคุณภาพของจังหวัด จึงขอเชิญชวนชาวเพชรบูรณ์ร่วมกันเป็นเจ้าบ้านที่ดี เพื่อสร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือน


นายกรัฐมนตรี กล่าวชื่นชมจังหวัดเพชรบูรณ์ หน่วยงานทุกภาคส่วน และประชาชนที่ร่วมแรงร่วมใจกันจัดงานและรักษาประเพณีอันทรงคุณค่า พร้อมอวยพรให้งานประเพณีอุ้มพระดำน้ำ ประจำปี 2569 สร้างความสุข ความภาคภูมิใจ โอกาส และรายได้แก่ประชาชน รวมทั้งดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยและบรรลุวัตถุประสงค์ทุกประการ


“  สิ่งที่น่าชื่นชมเป็นอย่างยิ่งคือการที่ชาวจังหวัดเพชรบูรณ์และทุกภาคส่วนได้ร่วมกันอนุรักษ์และสืบสานประเพณีนี้ไว้ได้อย่างเข้มแข็งและต่อเนื่องยาวนาน จนเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางและได้รับการขึ้นบัญชีเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ นับเป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาวเพชรบูรณ์ที่ทุกคนควรต้องร่วมกันรักษาและส่งต่อไปยังคนรุ่นหลัง” นายอนุทิน กล่าว


นายอนุทิน กล่าวอีกว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ สืบสาน และต่อยอดทุนทางวัฒนธรรม ซึ่งนอกจากจะเป็นอัตลักษณ์ของชาติแล้ว ยังมีส่วนสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนในจังหวัดเพชรบูรณ์ งานประเพณีอุ้มพระดำน้ำเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างอันดีที่จะดึงดูดผู้คนให้มาสัมผัสประสบการณ์ในจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งมีแหล่งท่องเที่ยว วัฒนธรรมประเพณี และของดีอยู่มากมาย ทั้งอาหาร ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น และผลผลิตทางการเกษตรที่มีคุณภาพ จึงขอให้ชาวเพชรบูรณ์ร่วมกันเป็นเจ้าบ้านที่ดีเพื่อสร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือน 


นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า ตนได้รับพรจากเจ้าคณะจังหวัดเพชรบูรณ์ว่า ตนมีบุญวาสนามากที่ได้มาร่วมงานอุ้มพระดำน้ำ และเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกที่ได้มีโอกาสมาร่วมร่วมประเพณีนี้ ตนขอขอบพระคุณชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ทุกคนที่เป็นสะพานบุญให้ตน เป็นใบบุญให้ตนและภริยาในการมาร่วมงานอันงดงามสำหรับตนและภริยาแล้ว ต้องถือว่าเป็นพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ยิ่ง และหวังว่ากุศลที่เราจะได้จากการทำบุญร่วมกันในครั้งนี้ จะยังผลให้แผ่นดินไทยสงบสุข มีความร่มเย็น ประชาชนชาวไทยทุกคนพ้นทุกข์พ้นโศก และมีความสุขที่จะร่วมกันพัฒนาประเทศต่อไป ขอให้งานประเพณีอุ้มพระดำน้ำจังหวัดเพชรบูรณ์ประจำปี 2569 เป็นงานที่สร้างความสุข ความภาคภูมิใจและสร้างโอกาสสร้างรายได้ให้กับประชาชน 


จากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ในฐานะ "เจ้าเมือง" ประกอบพิธีอุ้มพระดำน้ำ ครั้งที่ 1-6 ตามทิศจากผลการเสี่ยงทาย มีขบวนเรือประกอบจำนวน 22 ลำ นำด้วยขบวนกลองยาว และขบวนเรืออัญเชิญองค์พระพุทธมหาธรรมราชาพร้อมเรือกรมการเมืองทั้ง 4 ฝ่าย เดินทางมายังบริเวณแท่นพิธีกลางน้ำ พร้อมกันนี้ได้มีพราหมณ์ประกอบพิธีอัญเชิญเทพยดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาร่วมเป็นสักขีพยาน รวมถึงมีการอ่านคำเสี่ยงทายเพื่อความเป็นสิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ได้อัญเชิญองค์พระพุทธมหาธรรมราชาขึ้นประดิษฐาน และแจกเครื่องมงคลและเครื่องบวงสวงให้แก่ประชาชนที่มาร่วมพิธี เป็นอันเสร็จพิธี 


ต่อมา ขบวนเรืออัญเชิญองค์พระพุทธมหาธรรมราชา พร้อมขบวนเรือกรมการเมืองทั้ง 4 ฝ่าย เคลื่อนเข้าสู่แท่นพิธีกลางน้ำ นายกรัฐมนตรีนำด้ายสายสิญจน์คล้องศีรษะเพื่อความเป็นสิริมงคล จากนั้น นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งทำหน้าที่เจ้าเมืองในพิธี อัญเชิญองค์พระพุทธมหาธรรมราชาลงประกอบพิธีอุ้มพระดำน้ำในแม่น้ำป่าสักรวม 6 ครั้ง ตามผลการเสี่ยงทาย ได้แก่ ทิศเหนือ 3 ครั้ง และทิศใต้ 3 ครั้ง โดยมีกรมการเมืองทั้ง 4 ฝ่ายร่วมประกอบพิธี


เมื่อเสร็จสิ้นพิธี ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์อัญเชิญองค์พระพุทธมหาธรรมราชากลับมายังบริเวณหน้าปะรำพิธี นายกรัฐมนตรีคล้องพวงมาลัยสักการะองค์พระพุทธมหาธรรมราชา ก่อนแจกจ่ายเครื่องมงคลแก่ประชาชน อาทิ ข้าวต้มลูกโยน กระยาสารท และกล้วยไข่ พร้อมพบปะทักทายผู้เข้าร่วมงาน


สำหรับงานประเพณีอุ้มพระดำน้ำ ประจำปี 2569 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8–17 ตุลาคม 2569 เป็นพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองจังหวัดเพชรบูรณ์ที่สืบทอดมายาวนานกว่า 400 ปี จัดขึ้นเป็นประจำในช่วงวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 ตามความเชื่อว่าการอัญเชิญพระพุทธมหาธรรมราชาลงดำน้ำในแม่น้ำป่าสักจะช่วยให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล พืชผลทางการเกษตรอุดมสมบูรณ์ และบ้านเมืองสงบสุขร่มเย็น ประเพณีนี้สะท้อนถึงศรัทธา ความสามัคคี และการมีส่วนร่วมของประชาชนในการอนุรักษ์และสืบสานขนบธรรมเนียมอันดีงามให้คงอยู่สืบไป