“รังสิมันต์ โรม” โต้ภูมิใจไทย เย้ยซักฟอกเป็นบันเทิงธิปไตย แค่ดิสเครดิต ยันหลักฐานพร้อมสูงสุด-ไม่ใช่ฉายหนังซ้ำ แจงเหตุพุ่งเป้า 18 รมต. ไร้เพื่อไทย หวังเจาะหัวใจ “ระบอบสีน้ำเงิน”


วันที่ 10 ตุลาคม 2569 นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี สส.พรรคภูมิใจไทยหลายคน ออกมาตอบโต้การยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านว่าเป็น “บันเทิงธิปไตย” ว่าการหยิบยืมคำของนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ก็ควรหยิบยืมให้หมด ดังนั้นช่วยนิยามตัวเองว่าเป็นระบอบสีน้ำเงิน หรืออธิบายคำว่าใบอนุญาตสองใบ ตามที่นายปิยบุตรเคยพูดไว้ด้วย อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เป็นการนำคำพูดของนายปิยบุตร มาทำให้ภาพของพรรคประชาชนถูกดิสเครดิตจากเรื่องนี้ เรารู้เจตนาของคนในเครือข่ายสีน้ำเงินอยู่แล้ว


นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า เรื่องข้อกล่าวหาต่างๆ เราต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น การที่บ้านเมืองเป็นแบบนี้ ไม่ใช่ใบเสร็จที่สมบูรณ์แบบแล้วหรือ ว่าประเทศไทยเต็มไปด้วยการทุจริตคอร์รัปชัน ไม่ว่าจะเป็นคดีโกงสอบท้องถิ่น หรือคดีโกง สว. ยังไม่ชัดเจนอีกหรือ ว่าวันนี้ระบบนิติรัฐนิติธรรมถูกทำลายไปจากประเทศไทยแล้ว รวมถึงหลายวิกฤตที่เกิดขึ้น เช่นเหตุการณ์น้ำท่วม ยังไม่ชัดหรือว่าการบริหารราชการแผ่นดิน ที่นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่เต็มไปด้วยการเอื้อพวกพ้อง ทำหน้าที่เพื่อผู้มีพระคุณ น่าจะเพียงพอให้เราเห็นภาพว่าล้มเหลวอย่างไร ดังนั้น การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วยข้อกล่าวหาที่ปรากฏอยู่ ตนยังรู้สึกว่าเบาไปด้วยซ้ำ เมื่อเทียบกับความเจ็บปวดของสังคมไทย


เมื่อถามว่า จะเป็นการฉายหนังซ้ำหรือไม่ เพราะบางเรื่องอาจจะเคยปรากฏในหน้าสื่อหรือต่อสาธารณะอยู่แล้ว นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ไม่ได้เป็นการฉายหนังอะไร มันคือการฉายความทุกข์ร้อนของประชาชน ว่าภาพที่สังคมไทยกำลังเจออยู่รุนแรงแค่ไหน เราไม่ปฏิเสธว่าหลักฐานบางอย่าง นักวิเคราะห์การเมืองคงพอจะเห็นภาพอยู่บ้าง แต่หลายส่วนก็อาจจะไม่เคยเห็น ดังนั้นคงมีทั้งสองอย่าง แต่มั่นใจว่าทุกสิ่งที่เราพูด ไม่ใช่พยานหลักฐานประเภทกล่าวเท็จ หรือข่าวโคมลอยแน่นอน


นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ขอให้ สส.ทุกคนและทุกพรรค ลองใช้หัวใจและความรู้สึกผิดชอบชั่วดีในการตัดสินเรื่องนี้ อย่าให้ผลประโยชน์หรือเงินรายเดือนบังตาเรา จนทำให้การตรวจสอบหรือการตัดสินใจ อยู่บนเรื่องของผลประโยชน์ ควรจะเอาเรื่องของบ้านเมืองเป็นหลัก เรายืนยันว่า เอกสารข้อมูลทุกอย่างมีความพร้อมสูงสุด

เมื่อถามถึงเหตุผลที่ไม่ยื่นอภิปรายรัฐมนตรีในสัดส่วนพรรคเพื่อไทยด้วย นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เราดูจากพยานหลักฐาน ความหนักเบาในการกระทำผิด รัฐมนตรีที่อยู่นอกเหนือจาก 18 คนนี้ ไม่ได้หมายความว่าเขามีคุณงามความดี แต่เราจำเป็นต้องรวบรวมพยานหลักฐานที่หนักแน่น และข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงที่สุด ซึ่งเราคิดว่า 18 คนนี้ เป็นกลุ่มคนที่เป็นหัวใจของระบอบสีน้ำเงิน


เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่า การที่ไม่อภิปรายพรรคเพื่อไทยเพราะมีนัยยะทางการเมือง นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ไปวิเคราะห์กัน แต่วันนี้เรามองว่า ถ้าจะเจาะหัวใจของระบอบสีน้ำเงิน ก็วางแกนกลางไว้แบบนี้ ส่วนองคาพยพอื่นจะทำหน้าที่ด้วยความเต็มใจหรือไม่ เป็นสิ่งที่คนรู้อยู่แล้ว แต่เราว่ากันที่จุดศูนย์กลางของระบอบสีน้ำเงินดีกว่า


เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ว่า หากอภิปรายแล้วพาดพิงบุคคลภายนอก ฝ่ายรัฐบาลจะประท้วงจนอภิปรายไม่ได้ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ไม่กังวล เราก็เจอมาทุกสมัย แต่เราก็ไม่อยากให้เกิดการประท้วง เพราะข้อบังคับก็ระบุชัดเจนว่า การพาดพิงถึงบุคคลภายนอก สามารถทำได้เท่าที่จำเป็น


เมื่อถามว่า จะมีการพาดพิงไปถึงบุคคลที่บุรีรัมย์หรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตามญัตติเราใช้คำว่าผู้มีพระคุณ ส่วนจะเป็นใครต้องรอติดตาม