“เอกนิติ” นำทีมตรวจความพร้อมสนามบินสุวรรณภูมิ อำนวยความสะดวกผู้เข้าร่วมประชุม IMF-World Bank ตั้งแต่ก้าวแรกที่มาถึงประเทศไทย เผย ลงทะเบียนเข้าร่วมงานกว่า 16,000 คน


วันที่ 10 ตุลาคม 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วย นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร พร้อมผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับสนามบินสุวรรณภูมิ ตรวจความพร้อมและซักซ้อมทำความเข้าใจ เพื่อต้อนรับคณะผู้เข้าร่วมการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ปี 2569 (IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026) ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชั้น 4 อาคารผู้โดยสาร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ เพื่ออำนวยความสะดวกสบาย ด้วยการจัดสรรพื้นที่เป็นช่องด่วน ณ จุดตรวจคนเข้าเมือง เฉพาะคนที่มาเข้าร่วมประชุม IMF-World Bank ให้ทุกขั้นตอนตั้งแต่ผู้เข้าร่วมประชุมเดินทางถึงประเทศไทยเป็นไปอย่างรวดเร็ว ปลอดภัย ราบรื่น และมีประสิทธิภาพ ซึ่งขณะนี้ลงทะเบียนเข้าร่วมงานกว่า 16,000 คนแล้ว

ทั้งนี้ คณะได้ตรวจเยี่ยมจุดปฏิบัติงานและความพร้อมของเจ้าหน้าที่ ทั้งขั้นตอนการต้อนรับ การตรวจเอกสาร การตรวจคนเข้าเมือง การควบคุมโรค พิธีการศุลกากร และการส่งต่อผู้เข้าร่วมประชุมไปยังพื้นที่ต้อนรับ โดยเน้นการประสานงานระหว่างหน่วยงานให้เป็นระบบเดียวกัน เพื่อให้สามารถรองรับผู้เข้าร่วมประชุมจำนวนมากและตอบสนองต่อสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างทันท่วงที

สำหรับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เป็นประตูด่านแรกของประเทศไทยที่รอต้อนรับผู้เข้าร่วมการประชุมจากทั่วโลก ดังนั้น การเตรียมความพร้อมครั้งนี้จึงไม่ได้มุ่งเพียงความถูกต้องและรวดเร็วของกระบวนการตรวจเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับประสบการณ์แรกเมื่อเดินทางถึงประเทศไทย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความประทับใจแก่ผู้มาเยือน ตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินทางถึงประเทศไทย

นายเอกนิติ กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ที่เข้าร่วมประชุมต่างทยอยเดินทางถึงประเทศไทยแล้ว เช่นวันนี้ ตนมาต้อนรับ นายคาร์ลอส คาร์วัลโล สปัลดิง ประธานจัดงานประชุมจากปารากวัย พร้อมตรวจความเรียบร้อยการต้อนรับครั้งสุดท้าย ซึ่งได้รับคำชมถึงการจัดการที่ดีมีประสิทธิภาพ และวันพรุ่งนี้ (11 ตุลาคม 2569) นายอาเจย์ บังกา ประธานธนาคารโลก ก็จะเดินทางถึงประเทศไทยเช่นกัน ซึ่งขั้นตอน

 ทางด้าน นายพันธ์ทอง กล่าวเสริมว่า กรมศุลกากร พร้อมด้วยสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เตรียมความพร้อมทั้งด้านบุคลากร พื้นที่ปฏิบัติงาน ขั้นตอนการให้บริการ และระบบการประสานงาน เพื่อรองรับภารกิจสำคัญครั้งนี้อย่างเต็มกำลัง.