“สุริยะ” รมว.เกษตรฯ ควง รมช. “ปิยะรัฐชย์” ติดตามแผนบริหารจัดการน้ำสุโขทัย เร่งเดินหน้าโครงการพื้นที่ลุ่มต่ำ SK6 - คลองบายพาส บรรเทาอุทกภัยและภัยแล้ง


วันที่ 10 ตุลาคม 2569 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตรวจเยี่ยมการบริหารจัดการพื้นที่ลุ่มต่ำ ณ จุดก่อสร้างโครงการพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งปากพระ (SK6) และจุดก่อสร้างโครงการคลองผันน้ำฝั่งตะวันตกเมืองสุโขทัย (คลองบายพาส) พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะและปัญหาจากประชาชนในพื้นที่ โดยมีนายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีต สส.พรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง คณะผู้บริหาร ผู้แทนสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและท้องถิ่น ตลอดจนประชาชน เข้าร่วม

นายสุริยะ กล่าวว่า การบริหารจัดการน้ำในจังหวัดสุโขทัยจำเป็นต้องพัฒนาควบคู่ทั้งการป้องกันและบรรเทาอุทกภัย รวมถึงการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำ การหน่วงน้ำเพื่อทำการเกษตร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำและลดผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตรและชุมชน

สำหรับโครงการพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งปากพระ (SK6) มีความจุเก็บกักน้ำ 92 ล้านลูกบาศก์เมตร มีแผนดำเนินการในปี 2572 – 2575 มีพื้นที่รับประโยชน์ 46,000 ไร่ ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำและบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย พิจิตร และพิษณุโลก 


ขณะที่โครงการคลองผันน้ำฝั่งตะวันตกเมืองสุโขทัย (คลองบายพาส) ครอบคลุมพื้นที่อำเภอศรีสำโรง อำเภอเมืองสุโขทัย และอำเภอกงไกรลาศ เป็นคลองผันน้ำดาดคอนกรีต มีความกว้าง 80 เมตร ความยาวประมาณ 45 กิโลเมตร สามารถระบายน้ำได้ 300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที พร้อมประตูระบายน้ำและท่อลอดถนนในเขตชุมชน สามารถผันน้ำหรือเบี่ยงเบนน้ำเลี่ยงพื้นที่เขตเศรษฐกิจฝั่งตะวันตกของแม่น้ำยม โดยกรมชลประทานมีแผนที่จะศึกษาความเหมาะสมโครงการบรรเทาอุทกภัยจังหวัดสุโขทัยในปี 2570 ก่อนวางแผนก่อสร้างในปี 2571 – 2573 มีพื้นที่รับประโยชน์กว่า 12,000 ไร่

“โครงการพัฒนาแหล่งน้ำในระยะต่อไปของจังหวัดสุโขทัย หากแล้วเสร็จจะสามารถเก็บกักและหน่วงน้ำได้ในปริมาณมาก ช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งให้กับประชาชนในพื้นที่ ทั้งนี้ ปัจจุบันโครงการ SK6 ยังอยู่ระหว่างการศึกษาความเหมาะสมและรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ผมจึงได้มอบหมายให้กรมชลประทานเร่งดำเนินการและติดตามอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้โครงการมีความคืบหน้าโดยเร็ว และลดผลกระทบจากอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นกับจังหวัดสุโขทัยในอนาคต”