รัฐบาลติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าช่วงเทศกาลกินเจใกล้ชิด กรมการค้าภายในจัดกิจกรรม “ไทยช่วยไทย อิ่มบุญ อิ่มคุ้ม เทศกาลกินเจ 2569” ลดราคาสินค้า ลดภาระค่าครองชีพ เตือนฉวยโอกาสขึ้นราคา มีโทษหนัก
วันที่ 10 ตุลาคม 2569 นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ช่วงเทศกาลกินเจปี 2569 ระหว่างวันที่ 9–18 ตุลาคม 2569 รัฐบาลกำชับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าและพบปะผู้ประกอบการ เพื่อดูแลให้ประชาชนซื้อสินค้าได้อย่างเป็นธรรม พร้อมมอบหมายให้ประสานความร่วมมือกับผู้ประกอบการในการช่วยลดภาระค่าครองชีพและดูแลราคาสินค้าในช่วงเทศกาลให้กับพี่น้องประชาชน แนะนำประชาชนช่วงเทศกาลกินเจ เลือกโปรตีนทางเลือกจากพืชให้หลากหลาย พร้อมเพิ่มผักและผลไม้ ลดอาหารหวาน มัน เค็ม และระวังผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์จำแลงที่อาจมีโซเดียมและไขมันสูง ย้ำ “กินเจ” ควรเลือกให้เหมาะสมทั้งวัตถุดิบและวิธีปรุง เพื่อให้ได้ทั้งบุญและสุขภาพที่ดี ห่างไกลโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)
นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า รัฐบาล โดยกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ได้จัดกิจกรรม “ไทยช่วยไทย อิ่มบุญ อิ่มคุ้ม เทศกาลกินเจ 2569” สำหรับภาพรวมโครงการ มีพันธมิตรเข้าร่วม 45 ราย ครอบคลุมการเชื่อมโยงผักสดจากแหล่งผลิตเข้าสู่ตลาดกลาง 4 แห่ง ได้แก่ ตลาดไท สี่มุมเมือง ศรีเมือง ล้านเมือง การจำหน่ายวัตถุดิบและอาหารเจผ่านห้างค้าปลีก–ค้าส่งและร้านสะดวกซื้อ 697 รายการ ผลิตภัณฑ์อาหารแห่งอนาคต (Future Food) 51 รายการ และอาหารปรุงสด ปรุงสำเร็จจากร้านอาหารเจ 250 ร้านค้า รวม 852 รายการทั่วประเทศ โดยจัดโปรโมชันลดราคาสูงสุด 50% เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าและอาหารเจในราคาประหยัด ควบคู่กับการกระจายผลผลิตจากเกษตรกรสู่ตลาดและเพิ่มช่องทางจำหน่ายให้แก่ผู้ประกอบการตลอดช่วงเทศกาล
สำหรับสถานการณ์ราคาผักสดที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักและน้ำท่วม ทำให้ผลผลิตเข้าสู่ตลาดลดลงและราคาปรับสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ขณะนี้สถานการณ์เริ่มมีสัญญาณคลี่คลาย โดยราคาขายส่ง ณ ตลาดกลางในช่วง 2–3 วันที่ผ่านมา มีแนวโน้มปรับลดลง และคาดว่าสถานการณ์จะค่อย ๆ ดีขึ้นต่อไป
“รัฐบาลขอความร่วมมือผู้ประกอบการทุกประเภท ให้จำหน่ายสินค้าในราคาที่เป็นธรรม ปิดป้ายแสดงราคาให้ชัดเจน และไม่ฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาโดยไม่มีเหตุอันสมควร หากพบพฤติการณ์เข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ จะถูกดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ซึ่งมีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569” นางสาวพลอยทะเล กล่าว


